Page 261 - EPREP book
P. 261
5. ผลการประเมินเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อฯในช่วงก่อนการกิน PrEP และช่วงที่กิน
ิ่
PrEP ไม่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือการเพมความเสี่ยงอย่างชัดเจน เช่น อตราการเป็น STI
ั
รายใหม่ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น
ื่
6. จากการวิเคราะห์ข้อมูลในระบบ NAP เพอติดตามผลการตรวจเลือดในผู้ที่ยังรับยา PrEP อยู่อย่างต่อเนื่อง
ั
ในปีงบประมาณ 2563 โดยวิเคราะห์ข้อมูลถึงเดือนกุมภาพนธ์ พ.ศ.2564 ไม่พบว่าผู้ที่ยังคงกินยา PrEP
อย่างต่อเนื่องในระบบบริการ มีการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่เกิดขึ้น (หากประมาณว่า ประชากรกลุ่มเสี่ยงนี้
มีอบัติการณ์การติดเชื้อเอชไอวีที่ 3% แสดงว่า การกินยา PrEP สามารถป้องกันการติดเชื้อรายใหม่ได้
ุ
ประมาณ 60 ราย จากผู้รับบริการ PrEP ในปี 2563 จ านวน 2000 ราย)
ื่
7. จากการวิเคราะห์ข้อมูลในระบบ NAP เพอติดตามผู้รับ PrEP ในปีงบประมาณ 2563 ที่หยุดการกินยา (ทั้ง
การหยุดยาที่หน่วยบริการหรือขาดการติดต่อ ไม่กลับมารับยาตามนัด แต่มีผู้เคยรับบริการ PrEP จ านวน
หนึ่งได้กลับมาตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีซ้ าหลังหยุดยา PrEP ไปช่วงเวลาหนึ่ง โดยวิเคราะห์ข้อมูล
ถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2564) พบว่า มีผู้เคยรับยา PrEP แต่หยุดยาไปแล้ว (มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป) มีผล
เลือดเปลี่ยนแปลงจากลบเป็นบวก ซึ่งแสดงถึงการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ จ านวน 8 ราย จากผู้รับบริการที่
กลับมาขอรับค าปรึกษาและตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวี (VCT) ซ้ า จึงมีความส าคัญอย่างมากที่หน่วย
จัดบริการควรจะพฒนาระบบการติดตามประชากรกลุ่มที่ยังมีความเสี่ยงที่ได้ยุติการกินยา PrEP ไปแล้ว
ั
ื่
ให้มีความตระหนักที่จะต้องใช้วิธีการป้องกันการติดเชื้ออน ๆ ร่วมด้วย อาทิเช่น การใช้ถุงยางอนามัยทุก
ั
ครั้งเมื่อมีเพศสัมพนธ์ ลดพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจท าให้ติดเชื้อฯได้ การกลับมาขอรับค าปรึกษาและ
ตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีเป็นระยะทุก 3-6 เดือน และหากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อฯ เพมมาใหม่
ิ่
อีก สามารถกลับมาขอรับค าปรึกษาและรับยา PrEP ไปทานต่อได้จากหน่วยบริการที่ไปได้สะดวก
8. ระบบโปรแกรมการจัดเก็บข้อมูลการจัดบริการ PrEP ภายใต้โปรแกรม NAP ของทาง สปสช. ที่เป็น
ื่
หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบและพัฒนาขึ้นมาเพอใช้ประโยชน์ในการติดตามประเมินผล ถือเป็นหัวใจส าคัญ
อย่างยิ่ง ปัจจุบันยังมีการใช้โปรแกรมเก็บข้อมูลบริการ PrEP ที่เป็นโปรแกรมเฉพาะของหน่วยงานบริการ
ฝั่งองค์กรภาคประชาสังคม และบางกองทุนที่สนับสนุนเรื่องยาPrEP อยู่ การปรับให้ทุกหน่วยงานที่
จัดบริการ PrEP มาใช้โปรแกรม NAP ให้เป็นตัวกลางส าหรับบริการ PrEP ในทุกแหล่งงบประมาณ น่าจะ
เป็นแนวทางที่เหมาะสมในอนาคต เพอให้สามารถน าข้อมูลการจัดบริการมาใช้ประโยชน์ในการติดตาม
ื่
ประเมินผล ในภาครวมของบริการ PrEP เพอการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของประเทศไทยได้อย่างเป็น
ื่
เอกภาพ
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและกรมควบคุมโรค กระทรวง
สาธารณสุข
1. ส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ควรพจารณาบรรจุบริการ PrEP เป็นเครื่องมือเพมเติม เพอการ
ิ่
ิ
ื่
ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ให้อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ส าหรับประชากรกลุ่มเสี่ยงช่วงอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
หรือ 15 ปีขึ้นไปในกรณีที่มีความเสี่ยงชัดเจนและสนใจเลือกจะกินยา PrEP
ิ่
2. เร่งเพมหน่วยบริการ PrEP ที่ด าเนินโดยองค์กรชุมชน (KPLHS) ที่มีศักยภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่ก าหนด
โดยกรมควบคุมโรค ในจังหวัดที่มีอตราความชุกของการติดเชื้อเอชไอวีค่อนข้างสูง เช่น กรุงเทพมหานคร
ั
[198] บทที่ 4 สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ

