Page 38 - พระราชประวัติ รัชกาลที่ 5
P. 38
หาทางแลกเปลี่ยนโดยยอมยกเมืองมโนไพรและจ าปาศักดิ์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเมืองปากเซ และดินแดนฝั่งขวา
ของแม่น้ าโขง ตรงข้ามกับเมืองหลวงพระบางให้ใน พ.ศ. 2448 ฝรั่งเศสจึงยอมถอนทหารออกจันทบุรี แต่
กลับไปยึดเมืองตราดไว้แทน
เสียดินแดนครั้งที่ 5 พ.ศ.2449 ไทยยอมท าสัญญายกมณฑลบูรพา ซึ่งประกอบด้วยเมือง พระตะบอง
เสียมราฐ ศรีโสภณ (เขมรส่วนใน) ให้แก่ฝรั่งเศส เพื่อแลกเปลี่ยนกับจังหวัดตราดและเกาะต่างๆ ที่อยู่ใต้แหลม
สิงห์ ลงไปจนถึงเกาะกูดที่ฝรั่งเศสยึดไว้ ไทยเสียเนื้อที่ประมาณ 66,555 ตารางกิโลเมตร สิ่งส าคัญที่ไทยได้รับ
จากการลงนามในสัญญานี้ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 คือ ฝรั่งเศสย่อมผ่อนผันให้คนในบังคับฝรั่งเศสที่
เป็นชาวเอเชีย ซึ่งมาจดทะเบียนภายหลังวันลงนามในสัญญาให้ขึ้นอยู่ในอ านาจของศาลไทย แต่ศาลกงสุลของ
ฝรั่งเศสก็ยังคงมีอานาจที่จะเรียกคดีจากศาลไทยไปพิจารณาใหม่ได้ จนกว่าไทยจะประกาศใช้ประมวล
กฎหมายครบถ้วน
ั
ไทยเสียดินแดนให้กับองกฤษ
่
ั
เสียดินแดนฝั่งซ้ายแมน้ าสาละวน (5 เมองเงี้ยว และ 13 เมองกะเหรี่ยง) ให้องกฤษ เมื่อ 27
ื
ิ
ื
ตุลาคม พ.ศ. 2435
วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2440 รัฐบาลได้ลงนามในอนุสัญญาลับร่วมกับองกฤษ โดยตกลงว่ารัฐบาลไทย
ั
จะไม่ยินยอมให้ชาติหนึ่งชาติใด เช่าซื้อหรือถือกรรมสิทธิ์ในดินแดนไทย ตั้งแต่บริเวณใต้ต าบลบางสะพาน
ั
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไป โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลองกฤษเป็นลายลักษณ์อกษร ส่วนองกฤษ
ั
ั
ั
ื่
ตกลงให้ความคุ้มครองทางทหารแก่ไทยกรณีที่ถูกชาติอนรุกราน ผลของอนุสัญญาฉบับนี้ ท าให้องกฤษมี
อิทธิพลทางด้านการเมืองและการค้าในดินแดนไทย ตั้งแต่ต าบลบางสะพานไปจนตลอดแหลมมลายู เพยงชาติ
ี
เดียว ท าให้ไทยเสียเปรียบมาก และเมื่อไทยถูกฝรั่งเศสบังคับให้ยกดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ าโขงให้ฝรั่งเศส
ื่
ั
องกฤษก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด และอนุสัญญานี้ยังเป็นการละเมิดสิทธิประเทศอนๆ ที่มีไมตรีกับ
ไทยอีก ท าให้รัฐบาลต้องพยายามหาวิถีทางจะยกเลิกเสียโดยเร็ว
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หว เสด็จประพาสยุโรป
ั

