Page 52 - ปกิณกะสาระ บุญส่ง - ปริยา นิลแก้ว
P. 52

๔๖                                                              จิปาถะสาระ


                ่
       กับความเสือมถอยของการสร้างภาวะสมดุลย์ของสรีระที่มีอยู่      ท าให ้คนชรา
                                          ่
                 ็
             ี้
       เหล่านตกเปนเหยื่อของโรค    ภยจากสิงแวดล ้อมและผลข ้างเคียงจากยาได ้
                                    ั
       ง่าย

       กลไกของความชรา
       (จาก www.brecosmeticlab.com/newslet/54/05_may/mechaging/01/
       html)
                ั
                   ปจจุบันนี้ได ้มีการแบ่งกลไกของความชราออกเปน ๒ กลุ่มหลัก ๆ
                                                         ็
                  ี้
       ด ้วยกัน  ดังน
                      ่
                      -การสังสมความเสียหายในระดับเซลล์ทีเกิดขึนกระจายทั่วทั้ง
                                                         ้
                                                    ่
       ร่างกายเรียกทับศัพท์ว่า Microaccidents
                     - ความชราภาพที่ถูกตั้งโปรแกรมไว ้ในระดับพันธุกรรม  ซึงก็คือ
                                                                  ่
           ิ
       นาฬกาช่วงชีวิต เรียกทับศัพท์ว่า Aging clocks
                                                                    ่
              Microaccidents    มีการสังสมความเสียหายในระดับเซลล์ทีเกิดขึน
                                                                        ้
                                      ่
               ่
                              ่
                 ่
       กระจายทัวรางกาย      ซึงรวมไปถึงสภาวะที่ไปท าลายโครงสร้างส าคัญของ
                          ี้
       ร่างกาย (การท าลายนมองเห็นได ้เมื่อดูด ้วยกล ้องจลทรรศน์) ยกตัวอย่าง เช่น
                                                  ุ
                                        ่
                        ุ

                                                                       ็
                           -อนมูลอิสระของเสียทีเกิดจากการทางานของเซลล์ และเปน
       ตัวส าคัญในการทาลาย DNA และโปรตีน

                       -Mutagen   เปนสารเคมีที่มีผลต่อ DNA   ท าให ้รบกวนการ
                                ็


       ทางานของยีนได ้  หรือสารเคมีบางอย่างเช่นอัลดีไฮด์ ทาให ้เกิดผลเสียต่อ
       ส่วนประกอบภายในเซลล์
              ความเปลี่ยนแปลงพวกนเกิดขึ้นตลอดเวลาในเซลล์ของเรา ส่วนใหญ่
                                   ี้
       จะไม่มีผลเสียหายต่อรางกายมากนกเพราะตามธรรมชาติของรางกายเราจะมี
                          ่
                                                            ่
                                     ั
                                                                 ่
       กระบวนการเข ้าไปแก ้ไข และก็อาจจะมีบางส่วนที่หลุดรอดมาได ้  ซึงก็มีเพียง
                                  ่
                   ั
                                                            ี้
       เล็กน้อยเท่าน้น  แต่ถ ้ามีการสังสมความเสียหายเล็กๆเหล่านรวมกันหลายวัน
       เข ้า ก็อาจจะก่อให ้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะต่างๆได ้ รวมไปถึงเมื่อ พวกเรา
       มีอายุมากขึ้น   กระบวนการแก ้ไขนอาจจะบกพรองหรือมีประสิทธิภาพลดลง
                                       ี้
                                                  ่
       การเปลี่ยนแปลงพวกนแม ้เพียงเล็กน้อยก็อาจจะก่อให ้เกิดความเสียหายได ้
                           ้
                           ี
                                ิ

                Aging  Clocks (นาฬกาชีวิต)  ในยุคเริ่มต ้นที่มีการวิจัยเรื่องอายุ  มีข ้อ
                          ิ
       ถกเถียงกันมากว่านาฬกาชีวิตมีจริงหรือไม่    เพราะในความเปนจริงพบว่าสิงมี
                                                            ็
                                                                       ่
                              ิ

       ชีวิตเซลล์เดียวจะไม่มีนาฬกาชีวิต   พวกมันจึงสามารถแบ่งตัวเพิ่มจานวนได ้

                          ้
       อย่างไม่จากัด  เช่นเชือแบคทีเรีย  เปนต ้น  ในขณะเดียวกันก็มีหลักฐานมาก
                                        ็
                                                                       ิ
               ั
                        ่
                                        ้
                               ่
                                                   ้
       มายที่สนบสนุนว่าสิงมีชีวิตทีซับซ ้ อนขึน เช่นสัตว์เลียงลูกด ้วยนม จะมีนาฬกา
       ชีวิตมากกว่า ๑ ชนิดขึ้นไป
                                                 ิ
                               ่
                                                                       ้
                                                                       ี
               เซลล์ส่วนใหญ่ในสิงมีชีวิตระดับสูงมีนาฬกาชีวิต  คือเซลล์พวกนถูก
                                                           ่


       จากัดจานวนในการแบ่งตัวเพิ่มปริมาณ  เซลล์ส่วนใหญ่ในสิงมีชีวิตระดับสูงมี
           ิ
                                                                   ่
                        ่
       นาฬกาอยู่ที่สมองซึงจะคอยติดตามการพัฒนาการ  และช่วงอายุของสิงมีชีวิต
   47   48   49   50   51   52   53   54   55   56   57