Page 57 - ปกิณกะสาระ บุญส่ง - ปริยา นิลแก้ว
P. 57
จิปาถะสาระ ๕๑
่
ั
๓. ผู้สูงอายุควรพกผ่อนให ้เพียงพอ หลีกเลียงเสียงและแสงที่รบกวนในช่วง
พักผ่อน เนองเจากผู้สูงอายุที่อดนอนมากๆ อาจเกิดอาการสับสนได ้
ื่
๔. มีอุปกรณอ านวยความสะดวกในการใช ้ ชีวิตประจาวันของผู้สูงอายุ เช่น
์
่
ั
แว่นตา เครืองช่วยฟง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นและการได ้ยินของ
ผู้สูงอายุให ้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ผู้สูงอายุควรท ากิจวัตรประจาต่างๆ ด ้วยตนเอง เช่น อาบนา
้
่
่
็
เอง แต่งตัวเอง ซึงจะเปนการกระตุ ้นรางกายและสมองให ้ผู้สูงอายุ อีกทั้งผู้
ใกล ้ชิดหรือคนในครอบครัวควรท าความเข ้าใจภาวะดังกล่าว และหันมาให ้
็
ความสนใจพูดคุยไถ่ถามความเปนอยู่ การใช ้ ชีวิตประจาวันของผู้สูงอายุบ่อยๆ
่
ซึงนอกจากจะสร้างความสัมพนธ์ทีดียังช่วยให ้ผู้สูงวัยห่างไกลจากภาวะต่างๆ
ั
่
ดังกล่าว ได ้เปนอย่างดี
็
ส่งท้ายเกี่ยวกับความชรา (ปยพร อรุณเกรียงไกร ถอดความจากการ
ิ
บรรยายเรื่อง A roadmap to end aging โดย Aubrey De Grey
(จาก livescience.com)
แม้วิทยาศาสตร์หรือกระทั่งหลักธรรมทางพระพทธศาสนาจะอธิบาย
ุ
็
่
ว่า ความชราเปนส่วนหนึงของชีวิตที่ไม่อาจเลี่ยงได ้ ทว่าออเบรย์ เดอ เกรย์
ี
ั
ั
นกเขียนและนกทฤษฎีด ้านชราภาพวิทยา ชาวอังกฤษ วัย ๕๑ ป กลับเห็นตรง
็
กับกลุ่มแพทย์สมัยใหม่ว่า ความชราภาพเปน “โรค” ที่สามารถรับมือและเยียว
ู
ั
็
่
ยารักษาได ้ ยิ่งถ้าร้ว่าที่มาของโรคน้นเกิดจากอะไร ความเจบปวยที่รุมเร้าใน
ั
วัยชราก็จะไม่ใช่ปญหาใหญ่อีกต่อไป
คนส่วนใหญ่มักเข ้าใจว่า ความชราเกิดจากฮอร์โมนเจริญวัยที่ลดลง
ไปพร้อมกับอายุที่เพิ่มขึ้น แต่แท ้จริงแล ้วความชรายังเปนผลมาจากเซลล์และ
็
เนื้อเยือบางส่วนในรางกายเกิดความเปลี่ยนแปลง หรือได ้รับความเสียหาย
่
่
ื้
กระทั่งถูกท าลายจนไม่สามารถฟนฟูได ้ ประกอบกับระบบการเผาผลาญพลัง-
่
งานที่ด ้อยประสิทธิภาพลง ซึงก่อให ้เกิดการสะสมเซลล์ทีใช ้ การไม่ได ้แล ้ว
่
่
ั
มากเกินไป และ นาไปสู่โรคสารพดได ้ในทีสุด
่
ในป ๒๐๐๙ เดอเกรย์ ได ้รวมก่อตั้งมูลนิธิ SENS Research
ี
(Strategies for Engineered Negligible Senescence) ที่สหรัฐอเมริกา
ุ
ั
้
เพื่อสนบสนนการวิจัย และคิดค ้นแนวทางการปองกันโรคต่างๆที่เกิดจากความ
ชรา บนพื้นฐานของทฤษฎีชราภาพวิทยา เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ และวิศวกรรม
ั
่
ั
โดยเน้นการทดลองและพฒนาตัวยาใหม่ ที่สามารถลดปจจยเสียงอันทาให ้
ั
่
็
เกิดความเจบปวยและโรค รวมทั้งฟนฟูระบบการเผาผลาญพลังงานและอวัย-
ื้
ด
วะ ต่างๆ ให ้กลับมาทางานได ้อย่างมีประสิทธิภาพ ้วยเทคโนโลยีชีวภาพ
่
(Biotechnology) และวิศวกรรมเนื้อเยื่อ (Tissue Engineering) ซึงคุณสม-
ี้
ั
บัติ ของยาเหล่านจะต ้องสามารถก าจดเซลล์ทีไม่พึงประสงค หรือช่วยกระตุ ้น
่

