Page 105 - E-BOOK DOUBLE STEAM 2019
P. 105
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการ DOUBLE STEAM 103
ส�าหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
ชื่อกิจกรรม “Infographic for Smile”
อำจำรย์ผู้รับผิดชอบกิจกรรม อาจารย์ณภัสวรรก์ สุภาแสน
อาจารย์อรพรรณ เลิศสินเกรียงไกร
1. ที่มำ
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทยคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์
ในปี ค.ศ. 2021 และจะเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอดในปี ค.ศ. 2035 ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมา
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ไทยก�าลังเปลี่ยนผ่านจากสังคมผู้สูงอายุไปสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยในขณะนี้ไทยมี
ประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปมากถึงร้อยละ 10 หรือมากกว่า 7 ล้านคน และภายในปี 2583 ประชากรในกลุ่มนี้
จะเพิ่มจ�านวนเป็น 17 ล้านคน ซึ่งมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ ขณะที่ประชากรโดยรวมมีแนวโน้ม
ลดลง อีกทั้งไทยยังเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่จะเป็นสังคมผู้สูงอายุ การที่ผู้สูงอายุมีจ�านวนเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่ง
เป็นเพราะคนเกิดน้อยลง ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น มีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้น
ตลอดเวลา น�าไปสู่ค�าถามที่ว่า เราจะอยู่ในสังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพได้อย่างไร เพราะอีกไม่ช้าไม่นาน คนวัย
หนุ่มสาวก็ต้องเป็นผู้สูงอายุเช่นเดียวกัน
การอยู่อาศัยของผู้สูงอายุมีความส�าคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ คนที่อยู่ด้วยกันในครัวเรือนของผู้สูง
อายุอาจเป็นได้ทั้งภาระและผู้ดูแลของผู้สูงอายุ ปัจจุบันครอบครัวไทยได้เปลี่ยนรูปแบบไปมาก จากที่เคยเป็น
ครอบครัวขยาย คนหลายรุ่นอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่ เปลี่ยนเป็นครอบครัวเดี่ยวที่สมาชิกในครัวเรือน
น้อยลง ไปจนถึงครัวเรือนที่คนคนเดียวอาศัยอยู่ หรืออยู่ด้วยกันกับคนที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องจนไม่อาจเรียกว่าเป็น
“ครอบครัว” ตามค�านิยามเดิมที่ใช้กันมา
จากการส�ารวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พบว่าปี 2559 ขนาดครัวเรือนไทยเหลือเพียง 3 คน, ผู้สูง
อายุที่อยู่ตามล�าพังคนเดียว ในเขตเทศบาล (รวม กทม.) มีมากถึงร้อยละ 10, สัดส่วนผู้สูงอายุที่อยู่ตามล�าพังมี
แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสภาพแวดล้อมภายในบ้านมีผลต่อการใช้ชีวิตประจ�าวันของผู้สูงอายุ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้แก่
ร้อยละ 18 ของผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) มีห้องนอนอยู่ชั้นบนของบ้าน, เกือบครึ่งของผู้สูงอายุวัยปลาย
ยังใช้ส้วมแบบนั่งยอง, ร้อยละ 6-7 ของผู้สูงอายุวัยปลาย เคยหกล้มภายในบ้าน (ในช่วงเวลา 6 เดือนก่อนวัน
สัมภาษณ์) เป็นต้น
ผลการส�ารวจสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุ พบว่า ในปี 2558 ผู้สูงอายุร้อยละ 34.3 มีรายได้ต�่า
กว่าเส้นความยากจน เกือบหนึ่งในสามของผู้สูงอายุมีรายได้ต�่ากว่าเส้นความยากจน (ผู้มีรายได้ต�่ากว่า 2,647
บาท/เดือน = ยากจน) เส้นความยากจน คือ ตัวชี้วัดสถานภาพทางเศรษฐกิจ และเป็นมาตรฐานการครองชีพขั้น
ต�่าที่เป็นจ�านวนเงิน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายของปัจเจกบุคคล เพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารและสิ่งจ�าเป็นที่ไม่ใช่อาหารในขั้นพื้น
ฐานที่ท�าให้สามารถด�ารงชีพอยู่ได้, บุตรยังเป็นแหล่งรายได้หลักของผู้สูงอายุแต่ก็ลดลงอย่างมาก จากร้อยละ 52
ในปี 2550 เหลือร้อยละ 37 ในปี 2557 ในขณะที่รายได้จากการท�างานมีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 2554 แต่ในปี 2557
กลับลดลง, ร้อยละของผู้สูงอายุที่ยังท�างานเพิ่มสูงขึ้น โดยในปี 2557 ร้อยละ 59 ของผู้มีอายุ 60 – 64 ปี และ
ร้อยละ 46 ของผู้มีอายุ 65-69 ปี ยังท�างานอยู่

