Page 106 - E-BOOK DOUBLE STEAM 2019
P. 106
104 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
ผลการส�ารวจสถานการณ์ทางสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่า โรคที่มักพบในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคความดันเลือด
สูง เบาหวาน ข้ออักเสบ/ข้อเสื่อม โรคถุงลมโป่งพอง/หลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง หลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อ
หัวใจตาย และอัมพาต โดยมากกว่าร้อยละ 60 ของผู้สูงอายุวัยปลายเป็นโรคความดันเลือดสูง, มากกว่าร้อยละ
10 ของผู้สูงอายุวัยปลายเป็นโรคเบาหวาน, มากกว่าร้อยละ 70 ของผู้สูงอายุวัยปลายมีฟันไม่ครบ 20 ซี่, ร้อยละ
35 ของผู้สูงอายุมีภาวะอ้วน นอกจากนี้แนวโน้มของผู้สูงอายุที่ไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรพื้นฐานได้ด้วยตนเอง ซึ่ง
ในกิจวัตรเหล่านี้ มีอยู่ 3 เรื่องที่เป็นกิจวัตรพื้นฐานและใกล้ตัวผู้สูงอายุที่สุดจริงๆ ได้แก่ การกินอาหาร ใส่เสื้อผ้า
อาบน�้า/ล้างหน้า (รวมการใช้ห้องน�้า) ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถท�ากิจวัตรพื้นฐานเหล่านี้ได้ด้วยตนเองแม้เพียงกิจวัตร
ใดกิจวัตรหนึ่งย่อมเป็นภาระต่อบุคคลผู้อยู่ใกล้ชิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้อมูลพบว่าผู้สูงอายุเพศหญิงที่ไม่สามารถ
ปฏิบัติกิจวัตรพื้นฐานได้ด้วยตนเองมีจ�านวนสูงกว่าผู้สูงอายุเพศชาย ซึ่งถ้าอัตราความชุกของผู้สูงอายุที่ไม่สามารถ
ปฏิบัติกิจวัตรพื้นฐานได้ด้วยตนเองยังคงที่ในระดับเดียวกับอัตราในปี 2557 จ�านวนผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง
ในปี 2580 จะสูงขึ้นเกือบเท่าตัว นอกจากนี้ จากการส�ารวจสวัสดิการและอนามัย พ.ศ. 2558 พบว่า ประมาณ
ครึ่งหนึ่งของผู้สูงอายุ รายงานว่าตนเองมีโรคเรื้อรังหรือโรคประจ�าตัว โดยร้อยละ 36.8 ของผู้สูงอายุเพศชาย และ
ร้อยละ 42.3 ของผู้สูงอายุเพศหญิงมีโรคเรื้อรังหรือโรคประจ�าตัวตั้งแต่ 2 โรคขึ้นไป จากข้อมูลผู้สูงอายุที่ไปรับ
บริการสาธารณสุข มีดังนี้ ร้อยละ 58.9 ผู้สูงอายุเพศชาย และร้อยละ 49.6 ผู้สูงอายุเพศหญิง ไม่รับบริการเนื่องจาก
ไม่เจ็บป่วย, ร้อยละ 16 ผู้สูงอายุเพศชาย และร้อยละ 19.4 ผู้สูงอายุเพศหญิง มีอาการป่วย ไม่สบาย, ร้อยละ 1.3
ผู้สูงอายุเพศชาย และร้อยละ 0.8 ผู้สูงอายุเพศหญิง ได้รับบาดเจ็บ อุบัติเหตุ, ร้อยละ 23.8 ผู้สูงอายุเพศชาย และ
ร้อยละ 30.2 ผู้สูงอายุเพศหญิง รับบริการอื่นๆ เนื่องจากโรคเรื้อรังและโรคประจ�าตัว เมื่อให้ผู้สูงอายุประเมินว่า
สุขภาพของตนเป็นอย่างไร สุขภาพดี ปานกลาง (ไม่ดี/ ไม่แย่) และแย่ และให้ผู้สูงอายุประเมินเปรียบเทียบสุขภาพ
ของตนกับปีที่ผ่านมาว่าแย่ลง พอๆ กับปีที่ผ่านมา หรือดีกว่า พบว่าผู้สูงอายุเพศชายประเมินสุขภาพของตนเอง
ไปในทางที่ดีมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้สูงอายุเพศหญิง
การมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วท�าให้เห็นว่าประเทศไทยมีความจ�าเป็นอย่างยิ่ง ที่
จะต้องเตรียมความพร้อมรองรับการเป็นสังคมผู้สูงอายุ ที่ก�าลังจะมาถึง เพราะผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง
สูงต่อการเกิดโรคต่างๆ สาเหตุมาจากความเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกายและโรคประจ�าตัวเรื้อรัง ซึ่งต้องได้รับ
การดูแลที่แตกต่างไปจากผู้ป่วยในกลุ่มอื่น นอกจากนี้การเจ็บป่วยของผู้สูงอายุอาจเกิดขึ้นกับอวัยวะต่างๆ ในเวลา
เดียวกัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะท�าให้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุควรดูแลตนเองให้แข็งแรง
ตั้งแต่อายุน้อยเพื่อเป็นผู้สูงอายุที่แข็งแรงและมีความสุข
ประเทศไทยได้ริเริ่มแนวคิดการจัดตั้งศูนย์ ASEAN Centre on Active Ageing and Innovation (ACAI)
เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและดูแลสังคมสูงอายุที่จะมาถึงส�าหรับภูมิภาคอาเซียน การจัดตั้งศูนย์นี้เป็นไปตามพันธกรณี
และแนวทางอาเซียนตามหลักแนวคิดการให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางและไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยส่งเสริม
เรื่องการสูงวัยอย่างมีคุณภาพให้เป็นระเบียบวาระระดับชาติ โดยเน้นใน 3 เรื่องหลักดังนี้ 1) การดูแลและสุขภาวะ
ของผู้สูงอายุ 2) เพิ่มขีดความสามารถทางด้านเศรษฐกิจ 3) การสร้างสภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุนต่อการเป็นสังคม
ที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ขณะที่ผลการศึกษาพบผู้สูงอายุถูกท�าร้ายจิตใจมากที่สุด ส่วนใหญ่จากฝีมือคนในครอบครัว เพิ่มสูงขึ้น
อย่างต่อเนื่อง แม้อัตราส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นแต่อัตราส่วนเกื้อหนุนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยประมาณการ

