Page 107 - E-BOOK DOUBLE STEAM 2019
P. 107

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการ DOUBLE STEAM   105
                                                                        ส�าหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น



            คือคนวัยท�างาน 4 คน จะต้องเลี้ยงดูผู้สูงอายุ 1 คน และด้วยสุขภาพที่เสื่อมถอย ท�าให้ผู้สูงอายุอยู่ในภาวะต้อง
            พึ่งพาเกือบทุกด้านในช่วงท้ายของชีวิต เพราะมีความเสื่อมทั้งทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ขณะเดียวกันสังคม
            ไทยได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมเมือง ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนลดน้อยลง ต่างคนต่างอยู่มากขึ้น ปัจจัยเหล่า

            นี้ท�าให้ผู้สูงอายุถูกละเมิดสิทธิมากขึ้น แม้ว่าผู้สูงอายุจะได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงมีกฎหมายว่า
            ด้วยผู้สูงอายุรองรับแล้วก็ตาม สถานการณ์การละเมิดสิทธิผู้สูงอายุในปัจจุบันเพิ่มขึ้นกว่าในอดีต โดบข้อมูลสถิติ
            จากส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ พบว่า คดีอาญาที่ผู้เสียหายเป็นผู้สูงอายุ มีจ�านวน 344 ราย ในปี 2550 และมี
            จ�านวนเพิ่มขึ้นเป็น 703 ราย ในปี 2558 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในจ�านวนนี้เมื่อแบ่งเป็นประเภท

            การละเมิดสิทธิต่อผู้สูงอายุตามล�าดับความรุนแรง พบว่า ผู้สูงอายุถูกกระท�ารุนแรงทางด้านจิตใจมากที่สุด รอง
            ลงมาคือ การถูกทอดทิ้ง และการเอาประโยชน์ด้านทรัพย์สิน ที่ส�าคัญผู้สูงอายุที่ถูกละเมิดสิทธิส่วนใหญ่ถูกกระท�า
            โดยคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัว  ทั้งนี้ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิต่อผู้สูงอายุไทยมี 2 ปัจจัย คือ
            “ผู้ดูแลผู้สูงอายุ” ที่มีสภาวะทางด้านอารมณ์ ใจร้อน โมโหง่าย อารมณ์แปรปรวน และการใช้สารเสพติด หรือ

            ติดสุรา และอีกหนึ่งปัจจัยคือ “ตัวผู้สูงอายุ” เอง เช่น การอยู่คนเดียว เจ็บป่วยต้องการความช่วยเหลือ ภาวะ
            สมองเสื่อม หรือยากจน ขาดรายได้
                  ข้อมูลจากศูนย์ส�ารวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” พบว่า ร้อยละ 26 ของผู้สูงอายุโดนคนในครอบครัวท�าร้าย
            จิตใจ ร้อยละ 9 ของผู้สูงอายุโดนคนในครอบครัวท�าร้ายร่างกาย และร้อยละ 32 ของคนทั่วไปลังเลที่จะช่วยเหลือ

            จากการศึกษาของศูนย์เฝ้าระวังและเตือนภัยทางสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
            ในประเด็นความเสี่ยงของผู้สูงอายุทั่วประเทศ จ�านวน 50,058 ราย ในด้านต่างๆ อาทิ การท�าร้ายร่างกาย
            การท�าร้ายจิตใจ การถูกกีดกัน และการถูกละเมิดสิทธิ์ พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า กรณีการท�าร้ายร่างกายและจิตใจ
            ส่วนใหญ่เกิดจากการกระท�าของผู้ใกล้ชิดมากที่สุด อาทิ บุตร และคู่สมรส โดยมีปัจจัยส�าคัญที่กระตุ้นให้เกิดการก

            ระท�าความรุนแรงคือ ปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว ความเครียดที่เกิดจากการดูแลผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยและอยู่ใน
            ภาวะพึ่งพาเป็นเวลานาน  นอกจากนี้ ผู้สูงอายุบางส่วนยังประสบปัญหาการถูกเอาเปรียบด้านทรัพย์สิน อาทิ
            ลูกไม่ให้พ่อแม่อาศัยอยู่ในบ้าน เนื่องจากแบ่งและมอบทรัพย์สินแก่ลูกแล้ว ท�าให้ผู้สูงอายุต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์
            คนชรา และบางครั้งยังพบปัญหาลูกบังคับให้พ่อแม่ไปขอทานหาเพื่อเลี้ยงลูกหลาน เป็นต้น  นอกจากนี้ จากการ

            ศึกษาเรื่องความรุนแรงผู้สูงอายุไทยทั่วประเทศ : การทบทวนองค์ความรู้และสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยคณะ
            พยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า ผู้สูงอายุมีแนวโน้มต้องเผชิญกับปัญหาการใช้ความรุนแรงเพิ่ม
            สูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาการถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามล�าพัง และครอบครัวยากจนไม่สามารถดูแลได้  โดยเฉพาะ
            กลุ่มผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เจ็บป่วย หรือช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง ปัญหาอันดับต่อมาคือ การท�าร้าย

            จิตใจจากค�าพูดหรือพฤติกรรม ท�าให้เสียใจและหมดก�าลังใจ อาทิ ด่าทอ ว่ากล่าว บังคับขู่เข็ญ การไม่เคารพเชื่อฟัง
            เป็นต้น นอกจากนี้ ยังพบผู้สูงอายุบางส่วนถูกกระท�าความรุนแรงทางร่างกาย โดยการทุบ ตี และชกต่อย
            ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากลูกเมาสุรา ติดสารเสพติด หรือลูกป่วยทางจิต เป็นต้น
                  ในปัจจุบันสังคมไทยกลับมอบพื้นที่และโอกาสในการด�ารงชีวิตให้แก่เด็ก วัยรุ่น และวัยท�างานมากกว่า

            ผู้สูงอายุมาโดยตลอด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอิทธิพลของค่านิยมและมโนทัศน์ต่อผู้สูงอายุแบบเก่า กล่าวคือ แม้ว่า
            ผู้สูงอายุจะได้รับการยกย่องและเป็นที่เคารพนับถือในกลุ่มคนรุ่นหลัง แต่คนไทยยังยึดติดกับกรอบความคิดเดิม
            ที่ว่าผู้สูงอายุมักจะประสบกับภาวะถดถอยทั้งทางร่างกายและจิตใจ ส่งผลให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ว่าเป็นบุคคล
   102   103   104   105   106   107   108   109   110   111   112