Page 484 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น ประจำปี 2563 เล่มที่ 1
P. 484
479
ิ
ู
ั
ี่
เตรียมอาหารแข็งสงเคราะห์สตร Murashige and Skoog (1962) (MS) ทเตมกรดซิตริก 150
่
ิ
้
่
ื้
ิ
ิ
มิลลกรัมตอลตร (มก./ล.) น้ าตาลซูโครส 20 กรัมตอลตร ปรับ pH 5.6-5.8 น าไปนึ่งฆ่าเชอดวยหม้อนึ่งความ
ั้
์
ี
ิ้
ั
ั
ั
ั่
ดนทปรับความดน 15 ปอนด อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 นาท ตงทงไว้ในให้เย็น ชงแคลลส
ี่
ั
จากข้อ 2.1 และ 2.2 ปริมาณ 0.5 กรัมตอขวด วางลงในขวดอาหารสงเคราะห์ น าไปวางบนชนเพาะเลยงใน
่
ั้
ี้
ห้องที่มีแสงสว่างและควบคุมอุณหภูมิที่ 25+3 องศาเซลเซียส
การบันทึกข้อมูล
-วัดเปอร์เซ็นต์การเกิดต้นอ่อนจากแตละความเข้มข้น
่
-หาค่า GR LD ตามวิธีการของ (พีรนุช, 2559) และเปอร์เซ็นต์ความอยู่รอดจากแต่ละปริมาณความ
50
50
เข้มข้นของสารก่อกลายพันธุ์ หลังย้ายปลูก 15 วัน
ผลและวิจารณ์ผลการทดลอง
ั
ผลการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อใบอ่อนอ้อยพันธุ์สุพรรณบุรี 50 ในที่มืดที่ห้องควบคุมอุณหภูมิได้แคลลสเพียง
ั
เล็กน้อย และท าการเปลี่ยนอาหารเพื่อเพิ่มปริมาณแคลลส และตัดแบ่งแคลลสเป็นชิ้น ๆ ละ 0.5 กรัม ย้ายลง
ั
ั
อาหารสงเคราะห์ทมีสารก่อกลายพันธุ์ Thidiazuron และ Sodium azide ตามกรรมวิธีทดลอง พบว่า
ี่
ี
ิ
ี
ี
ช้นส่วนแคลลัสท่เพาะเล้ยงบนอาหารสังเคราะห์ทุกกรรมวิธี มีผลต่อการทาให้แคลลัสเปล่ยนเป็นสีน้ าตาล
ี
ี
เมื่อเพาะเล้ยงไปได้ 4 สัปดาห์ และตายไปหลังเพาะเล้ยงได้ 8 สัปดาห์ แต่แคลลัสท่เพาะเล้ยงบนอาหาร
ี
ี
ี
สังเคราะห์ท่ไม่เติมสารก่อกลาย พบว่าแคลลัสเริ่มเปล่ยนเป็นสีน้ าตาลหลังเพาะเล้ยงได้ 6 สัปดาห์ และไม ่
ี
ี
ี
พบการพัฒนาของแคลลัส ขณะนี้จึงทาการเพิ่มขยายแคลลัสใหม่และปรับเปล่ยนความเข้มข้นของสารก่อ
กลายพันธุ์ท่ต้องเติมลงในอาหารเพาะเล้ยงก่อนการเพาะเล้ยงแคลลัสอีกครั้ง ขยายเพิ่มปริมาณแคลลัส
ี
ี
ี
ั
และด าเนินการชกน าหน่ออ่อน
ภาพ การพัฒนาแคลลสของอ้อยคั้นน้ าพันธุ์สุพรรณบุรี 50
ั

