Page 311 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 311

อัลคิลเฮไลด์ (alkyl halide)                                                     283


                                                               +
                       AgNO3 ที่ใส่ลงไปในปฏิกิริยาจะแตกตัวให้ Ag ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับ อะตอมของหมู่ฮาโลเจน
                       (ปฏิกิริยาจะคายพลังงานรุนแรง) เกิดเป็นคาร์โบแคทไอออนของหมู่อัลคิลขึ้น ทำให้ปฏิกิริยา
                       จำเป็นต้องเกิดผ่านกลไกแบบ SN1 ดังแสดง










                                                              o
                       เมื่อ 1-iodo-2,2-dimethylpropane เกิดเป็น 1  คาร์โบแคทไอออน ขึ้น ซึ่งจัดเป็นคาร์โบแคทไอออน
                       ที่ไม่เสถียร โมเลกุลจึงพยายามเกิดการจัดเรียงตัวใหม่ที่เรียกว่าเกิด methyl shift (คล้ายคลึงกับ H-
                       shift แต่หมู่ที่ย้ายตำแหน่ง คือ CH3 ทั้งหมู่) แรงขับเคลื่อนที่ทำให้เกิด methyl shift นั้น คือ การที่
                                                                               o
                       เมื่อเกิดการย้ายหมู่ CH3 แล้วจะได้สารผลิตภัณฑ์ที่เสถียรกว่า คือ  3  คาร์โบแคทไอออน เมื่อเกิดเป็น
                        o
                       3  คาร์โบแคทไอออนแล้ว H2O ที่ทำหน้าที่เป็นนิวคลีโอไฟล์จึงเข้ามาชนที่ คาร์โบแคทไอออน แล้วเกิด
                       การขจัดโปรตอนได้สารผลิตภัณฑ์เป็น 2-methylbutan-2-ol กลไกดังแสดง
























                              6.7.3 ผลของ leaving group
                                     (Effects of leaving group)

                                     ในหัวข้อนี้อาจมีหลายคนสงสัยว่า leaving group ใช้ตัดสินชนิดของกลไกของปฏิกิริยา
                       ได้อย่างไร ในความเป็นจริงแล้วในการพิจารณาว่าปฏิกิริยาแทนที่ใดๆ จะเกิดผ่านกลไกแบบใดนั้น จะ
                                                                          ั
                       ไม่พิจารณาที่ leaving group แต่ leaving group จะมีผลต่ออตราเร็วของทั้งปฏิกิริยาแบบ SN1 และ
                       SN2 โดยหาก leaving group นั้น มีความเป็น leaving group ที่ดี จะสามารถทำให้อัตราเร็วของทั้ง
                       ปฏิกิริยาแบบ SN1 และ SN2 เร็วขึ้นได้


                            ❑ Leaving group ที่ดี จะช่วยเร่งอัตราเร็วของทั้งปฏิกิริยาแบบ SN1 และ SN2
   306   307   308   309   310   311   312   313   314   315   316