Page 578 - ตำราเคมีอินทรีย์ [Jadsada Ratniyom]
P. 578

550                                                                เคมีอินทรีย์ (Org. Chem)


               10.7 สถานะออกซิเดชันของแอลกอฮอล์
                      (Oxidation states of alcohols)

                               ก่อนที่จะกล่าวถึงปฏิกิริยาออกซิเดชันหรือรีดักชันซึ่งจะสำคัญและกล่าวถึงอย่าง
               มากในบทนี้ จะต้องเข้าใจคำว่าปฏิกิริยาออกซิเดชันและรีดักชันในทางเคมีอินทรีย์เสียก่อน โดยปกติ
               เมื่อได้ยินคำว่า ออกซิเดชันหรือรีดักชัน จะเกี่ยวข้องกับจำนวนอิเล็กตรอนที่เพิ่มหรือลดลง ส่งผลให้

                                                    ั
               ประจุไอออนิกเปลี่ยนแปลง วิธีการนั้นใช้ได้กบสารประเภทโลหะและสารอนินทรีย์ ซึ่งสารอินทรีย์ส่วน
               ใหญ่ไม่มีประจุ นักเคมีอินทรีย์จะมองว่า ปฏิกิริยาออกซิเดชันในทางเคมีอินทรีย์ คือ การเติมตัว
               ออกซิไดซ์ เช่น เติม O, O2 หรือ เติมหมู่ฮาโลเจน เข้าไปในโมเลกุล หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นปฏิกิริยาที่
               มีการสูญเสีย H2 ออกไปสองอะตอม ส่วนปฏิกิริยารีดักชันในทางเคมีอินทรีย์คือ การเติมหรือเพิ่ม H
               หรือ H2 เข้าไปในโมเลกุล หรือมีการสูญเสีย O หรือ O2 เกิดขึ้น ดังแสดง












                               ในบางครั้งอาจสังเกตชนิดของปฏิกิริยาจากจำนวน H และ O ที่ลดหรือเพิ่มได้
               ลำบาก นักเคมีอินทรีย์อาจใช้วิธีง่าย ๆ และรวดเร็วในการพิจารณาดูว่าปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเป็น

               ออกซิเดชันหรือรีดักชัน โดยจะพิจารณาจากจำนวนพันธะ C–O รอบ ๆ คาร์บอนอะตอม ถ้ามีพันธะ
                                                ิ
               C–O เพิ่มขึ้นหมายถึงเกิดปฏิกิริยาออกซเดชัน ถ้าหากพันธะ C–O รอบคาร์บอนอะตอมลดลงหมายถึง
               เกิดปฏิกิริยารีดักชัน พิจารณาภาพที่ 10.8 ประกอบ

                               ในภาพที่ 10.8 การเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันจะแทนด้วย [O] หากเริ่มพิจารณา
               จากอัลเคนที่อยู่บรรทัดแรกของภาพที่ 10.8 คาร์บอนอะตอมกลางของอัลเคนไม่มีพันธะ C–O อยู่ แต่
               เมื่อเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันกลายเป็น 1˚ แอลกอออล์ คาร์บอนอะตอมกลางมีพันธะ C–O เพิ่มขึ้น
               หนึ่งพันธะ และจากแอลกอฮอล์เมื่อเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันจะกลายเป็นอัลดีไฮด์ คาร์บอนอะตอม

               กลางของอัลดีไฮด์จะมีพันธะ C–O เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งพันธะ กลายเป็นมีสองพันธะรอบคาร์บอนอะตอม
               กลาง และเมื่ออัลดีไฮด์เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันต่อจนกลายเป็นกรดคาร์บอกซิลิกจะเห็นว่ามีพันธะ
               C–O รอบ คาร์บอนอะตอมกลางจำนวน 3 พันธะ จะเห็นว่าเวลาสารตั้งต้นเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน
               จะมีจำนวนพันธะ C–O ที่คาร์บอนอะตอมกลางเพิ่มขึ้น หากพิจารณา 2˚ แอลกอฮอล์ที่อยู่บรรทัดที่

               สองของภาพที่ 10.8  เมื่อเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันไปเป็นคีโตนจำนวนพันธะ C–O จะเพิ่มขนคือมีสอง
                                                                                          ึ้
               พันธะ และเมื่อเกิดเป็นคีโตนแล้วจะไม่สามารถถูกออกซิไดซ์ต่อไปเป็นคาร์บอกซิลิกได้ ส่วน 3˚
               แอลกอฮอล์มักจะไม่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันต่อ และในกรณีของการเกิดปฏิกิริยารีดักชันจำนวน
               พันธะ C–O จะลดลง ซึ่งหากพิจารณาจากภาพที่ 10.8 ให้พิจารณาจากด้านขวาไปซ้ายในกรณี

               ปฏิกิริยารีดักชัน
   573   574   575   576   577   578   579   580   581   582   583