Page 1017 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 1017
ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ พนักงำนสอบสวนสถำนี
ที่ วยช ๔๙/๒๕๖๕ ต�ำรวจภูธรสบปรำบ ผู้ร้อง
นำย ส. ผู้ต้องหำ
ู
ั
�
ั
ิ
แม้พนกงำนอัยกำรยังไม่ได้ฟ้องผ้ต้องหำเป็นคดีต่อศำลและกำรดำเนนกำรยง
อยู่ในระหว่ำงกำรสอบสวนก็ตำม แต่กำรสอบสวนเป็นข้นตอนส�ำคัญของกำรฟ้องคด ี
ั
เนื่องจำก ป.วิ.อ. มำตรำ ๑๒๐ บัญญัติห้ำมมิให้พนักงำนอัยกำรยื่นฟ้องคดีใดต่อศำลโดย
มิได้มีกำรสอบสวนในควำมผิดน้นก่อน ท้งในกำรสอบสวนพนักงำนสอบสวนก็ไม่อำจ
ั
ั
ด�ำเนินกำรได้โดยล�ำพังในทุกกรณีซึ่งบำงกรณีต้องยื่นค�ำร้องต่อศำล และศำลที่มีอ�ำนำจ
ั
ี
ั
พิจำรณำค�ำร้องน้นต้องเป็นศำลท่มีอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำคดีน้นน่นเอง ดังน้นกำรท ่ ี
ั
ั
พนักงำนสอบสวนสถำนีต�ำรวจภูธรสบปรำบย่นค�ำร้องขอฝำกขังผู้ต้องหำต่อศำลจังหวัด
ื
ล�ำปำง และศำลจังหวัดล�ำปำงรับพิจำรณำค�ำร้องขอฝำกขังของพนักงำนสอบสวน
ดังกล่ำว แสดงว่ำศำลจังหวัดล�ำปำงเห็นว่ำคดีของผู้ต้องหำอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำ
ี
ื
ของศำลจังหวัดล�ำปำงแล้ว เม่อผู้ต้องหำโต้แย้งจึงเป็นกรณีมีปัญหำว่ำคดีน้จะอยู่ใน
อำนำจพจำรณำพพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครวหรอไม่ ซงต้องเสนอปัญหำนน
ิ
ื
่
ึ
ั
ิ
�
้
ั
ให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัยตำม พ.ร.บ. ศำลเยำวชนและ
ครอบครัวและวิธีพิจำรณำคดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑
ิ
ั
พ.ร.บ. ศำลเยำวชนและครอบครวและวธพจำรณำคดเยำวชนและครอบครว
ี
ี
ั
ิ
พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๐ (๕) บัญญัติให้ศำลเยำวชนและครอบครัวมีอ�ำนำจพิจำรณำ
พิพำกษำหรือมีค�ำสั่งในคดีที่มีกฎหมำยบัญญัติให้เป็นอ�ำนำจหน้ำที่ของศำลเยำวชนและ
ี
ครอบครัว คดีน้พนักงำนสอบสวนกล่ำวหำว่ำ ผู้ต้องหำท�ำร้ำยร่ำงกำยนำย ส. บิดำของ
ผู้ต้องหำซ่งเป็นบุคคลในครอบครัวของผู้ต้องหำจนได้รับบำดเจ็บรุนแรงและถึงแก่ควำม
ึ
ตำยในเวลำต่อมำ ขอให้ลงโทษผู้ต้องหำตำม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระท�ำด้วยควำมรุนแรง
ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ มำตรำ ๔ ประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๙๐ ซึ่งมำตรำ ๔
วรรคหน่ง แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระท�ำด้วยควำมรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐
ึ
ั
บัญญัติว่ำ ผู้ใดกระท�ำกำรอันเป็นควำมรุนแรงในครอบครัว ผู้น้นกระท�ำควำมผิดฐำน
ี
กระท�ำควำมรุนแรงในครอบครัว คดีในส่วนน้จึงอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของ
ศำลเยำวชนและครอบครัวตำมมำตรำ ๘ วรรคหนึ่ง เมื่อคดีนี้พนักงำนสอบสวนกล่ำวหำ
989

