Page 350 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 350

ี
                                                               ื
                        ี
              ในอนำคตท่โจทก์คำดเดำเอำ เป็นกำรใช้สิทธิไม่สุจริตเพ่อกีดกันทำงกำรค้ำ คดีน้โจทก์ฟ้องให้
                                                                                   ิ
                                                           ้
              จำเลยท้งสำมรับผิดจำกกำรละเมิดควำมลับทำงกำรคำ จงอยในอ�ำนำจพิจำรณำพพำกษำของศำล
                                                                 ู่
                                                              ึ
                     ั
               �
              ทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ขอให้ยกฟ้อง
                                ิ
                                            ั
                                                            ิ
                             ั
                          ั
                                                                                               ี
                       ในวนนดพจำรณำ ศำลจงหวัดพระโขนงพจำรณำแล้ว เหนว่ำ กรณมีปัญหำว่ำคดน          ี ้
                                                                         ็
                                                                                  ี
              อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่
                                               ั
              จึงให้รอกำรพิจำรณำพิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์
                                                               ั
              คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
              ระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
              มำตรำ ๙
                                    ี
                                                 ี
                                               ี
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งท่เก่ยวกับข้อพิพำทในควำมลับทำงกำรค้ำ อันอยู่ในอ�ำนำจ
              พิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมพระรำชบัญญัติ
              จัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สิน
                  ั
              ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๙) หรือไม่ เห็นว่ำ ตำมค�ำฟ้อง
                                                            ี
              ของโจทก์พอเข้ำใจถึงสภำพแห่งข้อหำและข้ออ้ำงท่อำศัยเป็นหลักแห่งข้อหำและค�ำขอบังคับ
              ของโจทก์ได้ว่ำ โจทก์ได้รับควำมเสียหำยตำมฟ้องเนื่องมำจำกกำรกระท�ำของจ�ำเลยทั้งสำมที่น�ำ

                                  ี
                                                                                   ี
              เอำข้อมูลทำงกำรค้ำท่ส�ำคัญของโจทก์ไปใช้ในกำรประกอบกิจกำรของจ�ำเลยท่ ๓ ท�ำให้โจทก์
              ได้รับควำมเสียหำย ซึ่งตำมค�ำฟ้อง โจทก์บรรยำยฟ้องว่ำ ข้อมูลทำงกำรค้ำของโจทก์ คือ รำยชื่อ

                                                                                           ี
                                                                ี
              ลูกค้ำ บัญชีรำคำสินค้ำ และสิทธิประโยชน์หลังกำรขำยท่มีต่อลูกค้ำแต่ละรำยเป็นข้อมูลท่โจทก์
                                                                               ื
              จัดเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์โดยโจทก์เป็นผู้ควบคุมดูแล โดยมีรหัสเพ่อเข้ำถึงข้อมูลจ�ำกัด
              เฉพำะผู้เก่ยวข้องในกำรใช้ข้อมูลและกรรมกำรโจทก์หรือตัวแทนกรรมกำรโจทก์จะเป็นผู้น�ำ
                        ี
                                               ี
              ข้อมูลออกมำและส่งให้แก่บุคคลท่เก่ยวข้องเฉพำะท่จ�ำเป็น ข้อมูลดังกล่ำวจึงเป็นประโยชน์
                                                             ี
                                             ี
                                                                       ั
                                ั
              ในเชิงพำณิชย์ อีกท้งโจทก์ยังบรรยำยถึงกำรกระท�ำของจ�ำเลยท้งสำมว่ำเป็นกำรละเมิดข้อมูล
                                       ื
              ทำงกำรค้ำโดยกำรน�ำรำยช่อลูกค้ำของโจทก์ไปใช้อันมีลักษณะขัดต่อแนวทำงปฏิบัติในเชิง
                       ี
              พำณิชย์ท่สุจริตต่อกัน ค�ำฟ้องของโจทก์ดังกล่ำวท�ำให้เข้ำใจได้ว่ำข้อมูลทำงกำรค้ำท่โจทก์อ้ำง
                                                                                        ี
                                        ี
              น้นเป็นควำมลับทำงกำรค้ำท่จ�ำเลยท้งสำมน�ำไปใช้โดยโจทก์ไม่ยินยอม ดังน้ กรณีจึงมีปัญหำ
               ั
                                                                                 ี
                                               ั
                          ี
                                                                    ั
                                                                                           ั
              ต้องวินิจฉัยเก่ยวกับสิทธิของโจทก์และกำรกระท�ำของจ�ำเลยท้งสำมตำมฟ้องว่ำ จ�ำเลยท้งสำม
              กระท�ำกำรอันเป็นกำรละเมิดสิทธิในควำมลับทำงกำรค้ำของโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับควำม
                                                                                          ั
                                                                                              ู
                                                                             ั
                                       ี
                                        ้
                                        ี
                ี
              เสยหำยตำมฟ้องหรอไม่ คดนจงเป็นคดแพ่งเกยวกบข้อพพำทในควำมลบทำงกำรค้ำ อนอย่ใน
                               ื
                                         ึ
                                                       ี
                                                          ั
                                                                ิ
                                                 ี
                                                       ่
                                                     322
   345   346   347   348   349   350   351   352   353   354   355