Page 382 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 382

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ  นำงสำวสมบูรณ์ ทั่วถวิล         โจทก์

                       ที่ วทป ๔๕/๒๕๖๒                          บริษัทกำรบินไทย จ�ำกัด    จ�ำเลย


                                          ี
                                            ี
                                                         ี
                       กำรจะวินิจฉัยว่ำ คดน้เป็นคดีแพ่งท่มีกฎหมำยบัญญัติให้อยู่ในอ�ำนำจของศำล
                                                                    ั
              ทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ หรือไม่น้น เน่องจำกคดีน้โจทก์ฟ้องให้
                                                                         ื
                                                                                    ี
                                                                                        ี
              จ�ำเลยรับผิดชดใช้ค่ำสินไหมทดแทนอันเกิดจำกกำรกระท�ำของจ�ำเลยในกำรท่เท่ยวบิน
                                                                                          ี
              ล่ำช้ำ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับควำมเสียหำยโรคประจ�ำตัวก�ำเริบ และไม่สำมำรถอบรม
              ประกำศนียบัตรกฎหมำยของส�ำนักฝึกอบรมกฎหมำยแห่งเนติบัณทิตยสภำได้ ส่วนจ�ำเลย
              ให้กำรปฎิเสธว่ำได้ปฏิบัติตำมมำตรฐำนสำกลแล้ว ค�ำฟ้องโจทก์และค�ำให้กำรของจ�ำเลย

                                                  ิ
                                       ี
                                       ่
                                                                                       ู
                                                                                              ื
                                                                        ิ
                                                         ี
                                                         ่
              จึงมีข้ออ้ำงและข้อเถียงเกยวกับ สิทธ หน้ำท และควำมรับผดภำยใต้ควำมผกพันเร่อง
              กำรขนส่งทำงอำกำศภำยในประเทศ ตำมมำตรำ ๕๘ แห่ง พ.ร.บ. กำรรับขนทำงอำกำศ
                                                ี
                                                               ี
              ระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๘ คดีน้จึงเป็นคดีแพ่งท่กฎหมำยบัญญัติว่ำให้อยู่ในอ�ำนำจ
              พิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมบทบัญญัต           ิ
                                           ั
              มำตรำ ๗ (๑๐) แห่ง พ.ร.บ. จัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและ
              วิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙
                                      _____________________________



                                                                                            ี
                       โจทก์ฟ้องว่ำ จ�ำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหำชนจ�ำกัด โดยเม่อวันท่ ๑๕
                                                                                      ื
                        ์
              กุมภำพันธ ๒๕๖๒ เวลำ ๑๗ น. โจทกเดินทำงจำกสนำมบินหำดใหญ จังหวัดสงขลำ ไปสนำมบิน
                                              ์
                                                                         ่
              สุวรรณภูมิ กับเท่ยวบินทีจี ๒๒๖๔ ซ่งเป็นเท่ยวบินของจ�ำเลย โดยจ�ำเลยได้จัดกำรให้โจทก์
                              ี
                                                ึ
                                                       ี
                                                     ึ
              เดินทำงร่วมไปกับสำยกำรบินไทยสมำยล์ ซ่งจ�ำเลยท�ำธุรกิจกำรบินร่วมกันและเป็นบริษัทลูก
              ของจ�ำเลย โดยมีก�ำหนดออกจำกสนำมบินหำดใหญ่เวลำ ๑๘.๔๕ น. และถึงสนำมบินสุวรรณภูมิ
              เวลำ ๒๐.๑๐ น. ต่อมำจ�ำเลยได้ยกเลิกเท่ยวบินดังกล่ำวโดยไม่ยอมแจ้งให้ผู้โดยสำรทรำบ
                                                     ี
              ท�ำให้โจทก์ต้องนั่งรออยู่ที่สนำมบินหำดใหญ่ จังหวัดสงขลำ เป็นเวลำ ๗ ชั่วโมง ท�ำให้โรคประจ�ำตัว

              ของโจทก์ก�ำเริบและพลำดกำรเข้ำอบรมประกำศนียบัตรกฎหมำยของส�ำนักอบรมกฎหมำย

              แห่งเนติบัณฑิตยสภำ กำรกระท�ำของจ�ำเลยท�ำให้โจทก์เสียหำย ขอให้บังคับจ�ำเลยชดใช้ค่ำเสียหำย

              ๒๓๔,๒๗๘ บำท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่ำว นับแต่วันฟ้อง
                                                    ั
              เป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จ และขอให้ส่งค่ำเสียหำยเพ่อกำรลงโทษจ�ำเลยเป็นสองเท่ำของ
                                                                 ื


                                                     354
   377   378   379   380   381   382   383   384   385   386   387