Page 383 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 383
ี
ี
ี
ี
ค่ำเสียหำยท่แท้จริงท่ศำลก�ำหนดหรือห้ำเท่ำกรณีท่ศำลก�ำหนดค่ำเสียหำยท่แท้จริงไม่เกิน
๕๐,๐๐๐ บำท
จ�ำเลยให้กำรว่ำ จ�ำเลยไม่ได้กระท�ำละเมิดต่อโจทก์และไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่ำเสียหำย
ี
ี
แก่โจทก์ ส�ำหรับเท่ยวบินน้จ�ำเลยได้แจ้งปัญหำให้ผู้โดยสำรและจ�ำเลยทรำบตลอดจนด�ำเนินกำร
ต่ำง ๆ ตำมมำตรฐำนสำกลเพ่อบรรเทำควำมเสียหำยให้แก่ผู้โดยสำรแล้ว โดยจ�ำเลยและผู้โดยสำรได้
ื
ทรำบถึงก�ำหนดเวลำท�ำกำรบินใหม่ในเที่ยวบินเดิมคือวันที่ ๑๖ กุมภำพันธ์ ๒๕๖๒ เวลำ ๘.๒๐ น.
ี
พร้อมจัดอำหำร ค่ำใช้จ่ำยและท่พักในกำรรอเท่ยวบินดังกล่ำว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่ำ
ี
เสียหำยจำกจ�ำเลย และไม่มีสิทธิเรียกร้องค่ำเสียหำยเชิงลงโทษจำกจ�ำเลย เนื่องจำกพระรำชบัญญัติ
วิธีพิจำรณำคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ ไม่น�ำมำใช้บังคับแก่คดีนี้ ขอให้ยกฟ้อง
ในวันนัดพิจำรณำ ศำลแขวงสงขลำ เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ คดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
ี
พิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำ
ั
พิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ
ั
เป็นผู้วินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและ
วิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
ี
วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งท่มีกฎหมำยบัญญัติให้อยู่ในอ�ำนำจของศำลทรัพย์สิน
ี
ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมมำตรำ ๗ (๑๐) แห่งพระรำชบัญญัติจัดตั้งศำลทรัพย์สิน
ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
ระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือไม่ เห็นว่ำ คดีน้โจทก์ฟ้องให้จ�ำเลยรับผิดชดใช้ค่ำสินไหม
ี
ทดแทนควำมเสียหำยอันเกิดจำกกำรกระท�ำของจ�ำเลยในกำรท่เท่ยวบินล่ำช้ำ เป็นเหตุให้โจทก์
ี
ี
ั
ต้องน่งรออยู่ท่สนำมบินหำดใหญ่ จังหวัดสงขลำ เป็นเวลำ ๗ ช่วโมง ท�ำให้โรคประจ�ำตัวของ
ี
ั
โจทก์ก�ำเริบและไม่สำมำรถเข้ำอบรมประกำศนียบัตรกฎหมำยของส�ำนักฝึกอบรมกฎหมำย
แห่งเนติบัณฑิตยสภำได้ จ�ำเลยให้กำรปฏิเสธอ้ำงว่ำ จ�ำเลยได้แจ้งปัญหำให้ผู้โดยสำรและจ�ำเลย
ทรำบตลอดจนด�ำเนินกำรต่ำง ๆ ตำมมำตรฐำนสำกลเพื่อบรรเทำควำมเสียหำยให้แก่ผู้โดยสำร
แล้ว ดังนี้ ค�ำฟ้องของโจทก์และค�ำให้กำรของจ�ำเลยจึงมีข้ออ้ำงและข้อเถียงเกี่ยวกับสิทธิ หน้ำที่
ี
และควำมรับผิดภำยใต้ควำมผูกพันในเร่องของกำรขนส่งทำงอำกำศภำยในประเทศ คดีน้จึง
ื
เป็นคดีแพ่งท่พิพำทในเร่องควำมรับผิดและฟ้องเรียกค่ำเสียหำยในกำรรับขนทำงอำกำศภำยใน
ื
ี
ประเทศ ซึ่งมำตรำ ๕๘ แห่งพระรำชบัญญัติกำรรับขนทำงอำกำศระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๘
บัญญัติให้คดีเก่ยวกับกำรรับขนทำงอำกำศภำยในประเทศอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของ
ี
355

