Page 385 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 385

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ   นำยอมเรศ  กระบวนสิน

                       ที่ วทป ๑๓/๒๕๖๓                          กับพวก                     โจทก์

                                                                บริษัทไทย  ไลอ้อน  เมนทำรี
                                                                จ�ำกัด กับพวก             จ�ำเลย




                                              ั
                       ฟ้องโจทก์อ้ำงว่ำจ�ำเลยท้งสองผิดสัญญำให้บริกำรขนส่งผู้โดยสำรทำงอำกำศ
              และขอให้คืนเงินค่ำโดยสำรเครื่องบินในเที่ยวบินที่จ�ำเลยที่ ๑ ยกเลิก พ.ร.บ. กำรรับขน

                                                                        ี
              ทำงอำกำศระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๘ ไม่มีบทบัญญัติใดท่ก�ำหนดให้ใช้บังคับเฉพำะ
                                                                                           ี
                ื
                           ี
              เม่อคู่สัญญำท่เป็นผู้โดยสำรได้เข้ำไปในอำกำศยำนเสียก่อน คดีน้จึงเป็นคดีแพ่งเก่ยวกับ
                                                                           ี
              กำรรับขนทำงอำกำศภำยในประเทศ ท่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สิน
                                                  ี
              ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศตำมมำตรำ ๕๘ แห่ง พ.ร.บ. กำรรับขนทำงอำกำศ
              ระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๘

                                      _____________________________



                                        ื
                               ี
                             ั
                                                                              ื
                                                                                ั
                                                                                           ื
                                             ี
                                                                       ี
                                                                           ั
                       โจทก์ท้งส่ฟ้องว่ำ เม่อวันท่ ๒๑ กุมภำพันธ์ ๒๕๖๓ โจทก์ท่ ๑ ส่งซ้อต๋วโดยสำรเคร่องบิน
              ของจ�ำเลยที่ ๑ ผ่ำนจ�ำเลยที่ ๒ ส�ำหรับให้โจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ เดินทำงไปกรุงเทพมหำนคร ใน
                  ี
                                                              ี
              วันท่ ๗ เมษำยน ๒๕๖๓ และกลับหำดใหญ่ ในวันท่ ๑๔ เมษำยน ๒๕๖๓ เป็นเงินจ�ำนวน
              ๖,๗๒๐.๑๘ บำท และให้โจทก์ท่ ๓ และท่ ๔ เดินทำงไปกรุงเทพมหำนคร ในวันท่ ๑๑ เมษำยน ๒๕๖๓
                                               ี
                                                                               ี
                                        ี
                                      ี
              และกลับหำดใหญ่ ในวันท่ ๑๓ เมษำยน ๒๕๖๓ เป็นเงินจ�ำนวน ๗,๑๘๐.๗๔ บำท ต่อมำ
              จ�ำเลยที่ ๑ ประกำศหยุดท�ำกำรบินนับแต่วันที่ ๒๕ มีนำคม ๒๕๖๓ ถึง ๓๐ เมษำยน ๒๕๖๓
                                                                             ี
                                               ั
              รวมถึงเส้นทำงและช่วงเวลำท่โจทก์ท้งส่จองต๋วโดยสำรด้วย โจทก์ท้งส่ขอคืนเงินเต็มจ�ำนวน
                                                       ั
                                                  ี
                                                                           ั
                                         ี
              ที่ได้ช�ำระไป แต่ฝ่ำยจ�ำเลยบ่ำยเบี่ยงและขอคืนเป็นเครดิต (Credit shell) แทนเงินสดอันเป็นกำร
              ผิดสัญญำให้บริกำรขนส่งผู้โดยสำรทำงอำกำศ ขอให้บังคับจ�ำเลยท้งสองร่วมกันช�ำระเงิน
                                                                            ั
              ๒๑,๙๐๐.๙๒ บำท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจ�ำนวนดังกล่ำวนับแต่วันที่ ๒๑
              กุมภำพันธ์ ๒๕๖๓ เป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ทั้งสี่
                       ในระหว่ำงพิจำรณำ ศำลแขวงสงขลำเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ คดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
                                                                              ี
              พิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำ
                             ั
              พิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็น



                                                     357
   380   381   382   383   384   385   386   387   388   389   390