Page 421 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 421

ั
                            ี
                       ก่อนช้สองสถำน โจทก์ขอถอนฟ้องจ�ำเลยท้งสอง ศำลภำษีอำกรกลำงอนุญำตและให้
                                                                                       ี
              จ�ำหน่ำยคดีเฉพำะค�ำฟ้องโจทก์ออกจำกสำรบบควำม แล้วทนำยโจทก์แถลงว่ำคดีน้ในส่วนของ
              ฟ้องแย้งไม่ได้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำของศำลภำษีอำกรกลำงแต่อยู่ในอ�ำนำจกำรพิจำรณำของ
              ศำลล้มละลำยกลำง

                       ศำลภำษีอำกรกลำงเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำ
                                                                   ี
              ของศำลภำษีอำกรหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนมำให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัยตำม
                                ั
              พระรำชบัญญัติจัดต้งศำลภำษีอำกรและวิธีพิจำรณำคดีภำษีอำกร พ.ศ. ๒๕๒๘ มำตรำ ๑๐
              วรรคสอง

                                   ื
                       วินิจฉัยว่ำ เม่อโจทก์ถอนฟ้องแล้ว จ�ำเลยท้งสองฟ้องแย้งว่ำ นำงมณฑำหรือณฐมน
                                                             ั
              ผู้ท�ำสัญญำค�้ำประกันและจดทะเบียนจ�ำนองที่ดิน น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๔๐๐๒, ๔๐๐๓ และ ๔๐๐๔

              (ปัจจุบันเป็นโฉนดเลขที่ ๑๕๖๙๒, ๑๕๖๙๓ และ ๑๕๖๙๔) ต�ำบลกันจุ อ�ำเภอบึงสำมพัน จังหวัด
                                                      ี
              เพชรบูรณ์ เป็นหลักประกันกำรผ่อนช�ำระหน้ภำษีอำกรค้ำงของบริษัทจัดหำงำน เอส.เอ.กรุ๊ป
                      ี
                                                           ั
                                ั
              จ�ำกัด ท่มีต่อโจทก์น้น ถูกศำลล้มละลำยกลำงมีค�ำส่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขำดในคดีหมำยเลขแดง
              ที่ ล.๑๑๘๒/๒๕๕๓ ต่อมำนำงมณฑำหรือณฐมนถูกปลดจำกล้มละลำยนับแต่วันที่ ๒ สิงหำคม
              ๒๕๕๙ จึงเป็นผลให้นำงมณฑำหรือณฐมนหลุดพ้นจำกหน้ท้งปวงอันพึงขอรับช�ำระได้ตำม
                                                                    ี
                                                                     ั
                                                                 ื
                                                                           ี
                                                                            ี
              พระรำชบัญญัติล้มละลำย พ.ศ. ๒๔๘๓ มำตรำ ๗๗ เน่องจำกหน้ท่นำงมณฑำหรือณฐมน
                                  ี
                                    ี
              เป็นหน้ต่อโจทก์เป็นหน้ท่เกิดจำกกำรค้ำประกัน ไม่ใช่หน้ค่ำภำษีอำกรหรือจังกอบของรัฐบำลหรือ
                                               �
                    ี
                                                              ี
                       ี
                                      ี
              เทศบำลท่ยังจะต้องมีหน้ำท่ต้องช�ำระตำมพระรำชบัญญัติล้มละลำย พ.ศ. ๒๔๘๓ มำตรำ ๗๗ (๑)
                                                                            ิ
                                                              �
                           ี
              อยู่อีก เม่อหน้ของนำงมณฑำหรือณฐมนตำมสัญญำค้ำประกันระงับส้นไป กำรจ�ำนองก็ย่อม
                       ื
              เป็นอันระงับไปด้วยตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ ๗๔๔ จึงขอให้ศำลพิพำกษำ
              ให้โจทก์จดทะเบียนไถ่ถอนจ�ำนองที่ดินหลักประกันทั้งสำมแปลงดังกล่ำว โจทก์ให้กำรแก้ฟ้องแย้งว่ำ
                  ั
                                                                           ี
              ค�ำส่งปลดจำกล้มละลำยไม่ท�ำให้บุคคลล้มละลำยหลุดพ้นจำกหน้เก่ยวกับภำษีอำกรตำม
                                                                             ี
              พระรำชบัญญัติล้มละลำย พ.ศ. ๒๔๘๓ มำตรำ ๗๗ (๑) แม้ว่ำจะเป็นกำรค�้ำประกันหรือจ�ำนองก็
                                   ี
              เป็นไปด้วยมูลเหตุหน้เก่ยวกับภำษีอำกรและไม่มีบทบัญญัติจ�ำกัดสิทธิให้กำรประกันกำรช�ำระหน ี ้
                                 ี
                                ั
              เก่ยวกับภำษีอำกรน้นส้นสุดไปด้วยเหตุท่มีค�ำส่งให้ปลดผู้ค้ำประกันหรือผู้จ�ำนองจำกล้มละลำย
                                   ิ
                                                                 �
                ี
                                                       ั
                                                  ี
                                                      ั
              โจทก์ยึดท่ดินอันเป็นหลักประกันกำรจ�ำนองท้ง ๓ แปลง และด�ำเนินกำรขำยทอดตลำดแบบ
                       ี
              ติดจ�ำนองตำมมำตรำ ๑๒ แห่งประมวลรัษฎำกร โจทก์เป็นเจ้ำหนี้มีประกันตำมพระรำชบัญญัติ
                                                                               ี
                                                       ั
              ล้มละลำย พ.ศ. ๒๔๘๓ มำตรำ ๙๕ โจทก์ยงคงใช้สิทธิบงคับช�ำระหน้จำกหลักประกันหน         ้ ี
                                                                   ั
                                                     393
   416   417   418   419   420   421   422   423   424   425   426