Page 419 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 419
ี
้
่
ี
�
ิ
�
ั
่
ั
ั
ั
ุ๊
ชำระหนภำษอำกรของบริษัทจดหำงำน เอส.เอ.กรป จ�ำกด ตอโจทก์ หลงจำกน้นบรษัทผอนชำระ
ภำษีอำกร ๓ งวด แล้วผิดนัดไม่ผ่อนช�ำระอีก โจทก์มีหนังสือแจ้งเตือนให้บริษัทและ
�
้
ี
ั
ี
�
ื
ู
�
้
ิ
ั
ั
นำงมณฑำหรอณฐมนผ้คำประกนให้นำเงนไปชำระหนภำษอำกรค้ำงดงกล่ำวแล้ว แต่บริษทและ
ื
นำงมณฑำหรือณฐมนไม่น�ำเงินไปช�ำระ เน่องจำกนำงมณฑำหรือณฐมนถึงแก่กรรม โจทก์จึงม ี
หนังสือแจ้งให้จ�ำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในฐำนะทำยำทโดยธรรมของนำงมณฑำหรือณฐมนให้ช�ำระ
ี
ี
ค่ำภำษีอำกรค้ำงและบอกกล่ำวบังคับจ�ำนองไปในครำวเดียวกันโดยให้จ�ำเลยท่ ๑ และท่ ๒
น�ำเงินภำษีอำกรที่ค้ำงช�ำระของบริษัทผู้ค้ำงช�ำระภำษีไปช�ำระให้แก่โจทก์ภำยใน ๑๕ วัน นับแต่
วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่ำว แต่จ�ำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เพิกเฉย ปัจจุบันบริษัทมีหนี้ภำษีมูลค่ำเพิ่ม
่
ค้ำงช�ำระ ๒๑๑,๖๘๘.๘๕ บำท (เงินเพมเท่ำค่ำภำษแล้ว) ขอให้จ�ำเลยท ๑ และท ๒ ในฐำนะ
ิ
่
ี
ี
่
ี
ทำยำทโดยธรรมของนำงมณฑำหรือณฐมน ร่วมกันช�ำระหนี้ที่ยังค้ำงช�ำระ ๒๑๑,๖๘๘.๘๕ บำท
จำกกองมรดกของนำงมณฑำหรือณฐมน หำกจ�ำเลยท่ ๑ และท่ ๒ ไม่ช�ำระ ขอให้ศำลมีค�ำส่ง
ี
ี
ั
�
่
ี
ั
่
ี
ิ
ั
ยดหรออำยดทดนตำมหนงสอรบรองกำรทำประโยชน์ น.ส. ๓ ก. เลขท ๔๐๐๒, ๔๐๐๓ และ
ึ
ื
ื
ั
๔๐๐๔ (ปัจจุบันเป็นโฉนดเลขที่ ๑๕๖๙๒, ๑๕๖๙๓ และ ๑๕๖๙๔) ต�ำบลกันจุ อ�ำเภอบึงสำมพัน
ู
ั
ึ
จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมท้งส่งปลูกสร้ำงในท่ดินท่มีอย่แล้วหรือจะมีข้นต่อไปในภำยหน้ำออกขำย
ิ
ี
ี
ทอดตลำดน�ำเงินมำช�ำระหนี้แก่โจทก์
จ�ำเลยท้งสองให้กำรและฟ้องแย้งว่ำ ก่อนท่นำงมณฑำหรือณฐมนผู้จ�ำนองจะถึงแก่กรรม
ี
ั
เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภำคม ๒๕๕๘ นำงมณฑำหรือณฐมนถูกศำลล้มละลำยกลำงมีค�ำสั่งพิทักษ์ทรัพย์
ี
เด็ดขำดในคดีหมำยเลขแดงท่ ล.๑๑๘๒/๒๕๕๓ หลังจำกน้นโจทก์ซ่งเป็นเจ้ำหน้มีประกัน
ึ
ั
ี
ได้ย่นค�ำขอรับช�ำระหน้จำกกองทรัพย์สินของนำงมณฑำหรือณฐมนต่อเจ้ำพนักงำนพิทักษ์ทรัพย์
ื
ี
ไว้แล้ว ต่อมำนำงมณฑำหรือณฐมนถูกปลดจำกล้มละลำยนับแต่วันท่ ๒ สิงหำคม ๒๕๕๙ จึงเป็นผล
ี
ให้นำงมณฑำหรือณฐมนหลุดพ้นจำกหน้ท้งปวงอันพึงขอรับช�ำระได้ตำมพระรำชบัญญัติล้มละลำย
ั
ี
พ.ศ. ๒๔๘๓ มำตรำ ๗๗ เนื่องจำกหนี้ที่นำงมณฑำหรือณฐมนเป็นหนี้ต่อโจทก์เป็นหนี้ที่เกิดจำก
ี
ี
�
กำรค้ำประกัน ไม่ใช่หน้ค่ำภำษีอำกรหรือจังกอบของรัฐบำลหรือเทศบำลท่ยังจะต้องมีหน้ำท ี ่
ื
ต้องช�ำระตำมพระรำชบัญญัติล้มละลำย พ.ศ. ๒๔๘๓ มำตรำ ๗๗ (๑) อยู่อีก เม่อหน ี ้
ของนำงมณฑำหรือณฐมนตำมฟ้องระงับส้นไป กำรจ�ำนองก็ย่อมเป็นอันระงับไปด้วยเช่นกัน
ิ
ตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ มำตรำ ๗๔๔ และฟ้องโจทก์ในมูลหน้ตำมสัญญำ
ี
�
ค้ำประกันค่ำภำษีอำกรขำดอำยุควำมแล้ว โจทก์ไม่ได้บอกกล่ำวกำรบังคับจ�ำนองไปยังบริษัท
จัดหำงำน เอส.เอ.กรุ๊ป จ�ำกัด หรือผู้ช�ำระบัญชี จึงถือไม่ได้ว่ำโจทก์บอกกล่ำวบังคับจ�ำนองโดยชอบ
391

