Page 423 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 423

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ   นำยธีระพงษ์  แจ่มจันทร์

                       ที่ วภ ๕/๒๕๖๓                            กับพวก                            โจทก         ์

                                                                                     กรมสรรพำกร                   จ�ำเลย


                                                                                        ี
                                  ั
                       จ�ำเลยมีค�ำส่งโดยอำศัยอ�ำนำจตำมมำตรำ ๑๒ แห่ง ป.รัษฎำกร ยึดท่ดินโฉนด
              เลขที่ ๒๙๕๘ และ ๘๙๗๐ ซึ่งมีชื่อโจทก์ทั้งสี่และนำงสำว น. เป็นเจ้ำของกรรมสิทธิ์รวม
                                                                                             ี
                                         ี
                     ั
                        ี
              โจทก์ท้งส่คัดค้ำนกำรยึดท่ดินดังกล่ำวว่ำ จ�ำเลยต้องยึดและขำยทอดตลำดท่ดิน
                                                                                 ่
                                                                 ้
                                                                                   ้
                                                                             ั
                     ่
                                                                                           ่
                                         ่
                                                                 ั
                                                                                    ี
              เฉพำะสวนของนำงสำว น. เทำนน จำเลยใหกำรวำทดนทงสองแปลงยงไมไดมกำรแบงแยก
                                                     ้
                                                             ี
                                                             ่
                                                          ่
                                           ั
                                           ้
                                                              ิ
                                              �
                           ่
                                                                           ู
                                                              ั
                                                          ้
                                                        ึ
              อย่ำงชัดเจนวำส่วนใดเป็นของนำงสำว น. จงตองสนนิษฐำนว่ำผ้เป็นเจ้ำของรวมมส่วน
                                                                                            ี
                                   ั
              เท่ำกัน กำรยึดท่ดินท้งแปลงชอบแล้ว คดีมีประเด็นพิพำทว่ำโจทก์ท้งส่เป็นเจ้ำของรวม
                                                                                 ี
                                                                              ั
                              ี
              ซ่งมีกรรมสิทธ์ในท่ดินท้งสองแปลงตำมฟ้องท่ได้แบ่งแยกกำรครอบครองเป็นสัดส่วน
                            ิ
                                     ั
                                                          ี
                                 ี
                ึ
                                           ี
                                                          ั
              หรือไม่ และจ�ำเลยมีสิทธิยึดท่ดินดังกล่ำวได้ท้งแปลงหรือไม่ ไม่มีกรณีพิพำทเก่ยวกับ
                                                                                          ี
              ภำษีอำกรตำมที่ก�ำหนดไว้ในมำตรำ ๗ แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศำลภำษีอำกรและวิธีพิจำรณำ
              คดีภำษีอำกร พ.ศ. ๒๕๒๘ คดีไม่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลภำษีอำกร
                                      ______________________________

                       โจทก์ฟ้องและแก้ไขค�ำฟ้องว่ำ จ�ำเลยมีค�ำส่งแต่งต้งเจ้ำพนักงำนของจ�ำเลยยึดท่ดินของ
                                                           ั
                                                                 ั
                                                                                          ี
              นำงสำวนงเยำว์หรือยศนพรรณ ผู้ค้ำงภำษีอำกร รวม ๗ แปลง ซึ่งที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๙๕๘ และ
              ที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๙๗๐ ต�ำบลแสวงหำ อ�ำเภอแสวงหำ จังหวัดอ่ำงทอง โจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้ำของ
                                                                        ี
                                                                            ั
                                                                                               ื
              กรรมสิทธ์ร่วมกับนำงสำวนงเยำว์ โจทก์ท้งส่โต้แย้งคัดค้ำนกำรยึดท่ดินท้งสองแปลงดังกล่ำวเพ่อ
                       ิ
                                                    ี
                                                  ั
              น�ำออกขำยทอดตลำดทั้งแปลง ต่อมำจ�ำเลยมีค�ำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ โจทก์ทั้งสี่
                                                                              ี
                                                                       ื
                                     ่
                                         ้
                                     ี
                                  ึ
                                                           ั
                ็
                                         ั
              เหนว่ำ จ�ำเลยไม่อำจยดทดินทงสองแปลงดังกล่ำวท้งแปลงได้ เน่องจำกท่ดินดังกล่ำวได้มำโดย
              กำรรับมรดกจำกบิดำ จึงเป็นกำรได้มำในฐำนะส่วนตัว และมีกำรตกลงแบ่งกำรครอบครองไว้เป็น
              ส่วนสัดและเข้ำท�ำประโยชน์ตำมสัดส่วนท่ได้ครอบครองแล้วก่อนท่จ�ำเลยจะยึด ส่วนท่ดินโฉนด
                                                  ี
                                                                                        ี
                                                                        ี
              เลขที่ ๘๙๗๐ มีกำรจดทะเบียนบรรยำยส่วนของแต่ละคนไว้เป็นหลักฐำนในโฉนดที่ดินแล้ว ที่ดิน
              ท่จ�ำเลยยึดไว้จึงไม่ใช่ท่ดินของผู้ค้ำงช�ำระภำษีอำกร กำรยึดท่ดินเฉพำะส่วนของผู้ค้ำงภำษีออก
                                                                   ี
                                  ี
                ี
                                             ี
              ขำยทอดตลำดเพ่อน�ำเงินมำช�ำระหน้ภำษีอำกรมิได้ท�ำให้จ�ำเลยเสียเปรียบและได้รับควำมเสียหำย
                             ื
                         ั
                  ั
              อีกท้งโจทก์ท้งส่ไม่ได้มีส่วนเก่ยวข้องกับกำรด�ำเนินกิจกำรและหน้ภำษีอำกรของนำงสำวนงเยำว์
                            ี
                                                                      ี
                                        ี
                                                     395
   418   419   420   421   422   423   424   425   426   427   428