Page 424 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 424
ขอให้เพิกถอนค�ำสั่งที่ สภ.๔/อท/๑๙๒/๒๕๕๙ เรื่องแต่งตั้งเจ้ำพนักงำนให้ยึดทรัพย์สินของผู้ค้ำง
ภำษี ลงวันที่ ๑๕ ธันวำคม ๒๕๕๙ เพิกถอนประกำศของจ�ำเลย เรื่อง ให้ยึดทรัพย์สินของผู้ค้ำง
ภำษีอำกร ลงวันที่ ๑๕ ธันวำคม ๒๕๕๙ เพิกถอนค�ำสั่งของจ�ำเลย ตำมหนังสือที่ กค ๐๗๒๒.๑๑/
กร.๓/๒๗๙ ลงวันที่ ๑๘ มกรำคม ๒๕๖๑ แก้ไขบัญชีทรัพย์สินที่ถูกยึด ท้ำย ภ.ส. ๑๘ ประกำศ
ี
ื
ของจ�ำเลย เร่องให้ยึดทรัพย์สินของผู้ค้ำงภำษีอำกร ลงวันท่ ๑๕ ธันวำคม ๒๕๕๙ และขอให้
เพิกถอนค�ำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจ�ำเลย
จ�ำเลยให้กำรว่ำ นำงสำวนงเยำว์ มีหนี้ค่ำภำษีอำกรค้ำงช�ำระ ๓๔,๘๖๒,๔๔๙.๙๖ บำท
ั
ิ
(ไม่รวมเงินเพ่มตำมกฎหมำย) จ�ำเลยจึงมีอ�ำนำจส่งยึดหรืออำยัดและขำยทอดตลำดทรัพย์สิน
ั
ของผู้ต้องรับผิดเสียภำษีอำกรโดยมิต้องขอให้ศำลออกหมำยยึดหรือส่ง ตำมมำตรำ ๑๒ แห่ง
ประมวลรัษฎำกร ท่ดินโฉนดเลขท่ ๒๙๕๘ ไม่ปรำกฏว่ำมีกำรบรรยำยส่วนหรือแบ่งแยกกรรมสิทธ ์ ิ
ี
ี
รวมไว้ จึงต้องสันนิษฐำนไว้ก่อนว่ำผู้เป็นเจ้ำของรวมมีส่วนเท่ำกัน ตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและ
ี
ิ
พำณิชย์ มำตรำ ๑๓๕๗ ส่วนท่ดินโฉนดเลขท่ ๘๙๗๐ แม้มีกำรบรรยำยส่วนกรรมสิทธ์ของนำงสำว
ี
นงเยำว์ไว้แต่ยังไม่ได้มีกำรแบ่งแยกส่วนสัดอย่ำงชัดเจนว่ำส่วนใดเป็นของนำงสำวนงเยำว์ ที่ดิน
ท้งสองแปลงดังกล่ำวจึงเป็นทรัพย์สินท่สำมำรถยึดได้ท้งแปลง ตำมข้อ ๗ (๑) (ก) และข้อ ๑๐
ั
ั
ี
(๒๑) ของระเบียบกรมสรรพำกร ว่ำด้วยกำรยึดทรัพย์สินตำมควำมในมำตรำ ๑๒ แห่งประมวล
รัษฎำกร และเม่อขำยทอดตลำดท่ดินได้แล้วจึงจะน�ำเงินท่ได้แบ่งตำมส่วนของผู้ถือกรรมสิทธ์รวม
ิ
ี
ื
ี
และน�ำเงินในส่วนของนำงสำวนงเยำว์มำช�ำระหนี้ภำษีอำกรค้ำงต่อไป ดังนั้น กำรยึดทรัพย์และ
ประกำศของจ�ำเลยกับค�ำวินิจฉัยอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมำยแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ี
ี
ก่อนช้สองสถำน ศำลภำษีอำกรกลำงเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
พิพำกษำของศำลภำษีอำกรกลำงหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนมำให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ
ั
้
ี
ั
ิ
ี
ี
ี
ิ
ั
วนจฉยตำมพระรำชบญญตจดตงศำลภำษอำกรและวธพจำรณำคดภำษอำกร พ.ศ. ๒๕๒๘
ิ
ิ
ั
ั
ิ
มำตรำ ๑๐ วรรคสอง
ั
วินิจฉัยว่ำ จ�ำเลยมีค�ำส่งโดยอำศัยอ�ำนำจตำมมำตรำ ๑๒ แห่งประมวลรัษฎำกร ยึด
ึ
ี
ี
ี
ั
ี
ท่ดินโฉนดเลขท่ ๒๙๕๘ และท่ดินโฉนดเลขท่ ๘๙๗๐ ซ่งมีช่อโจทก์ท้งส่และนำงสำวนงเยำว์
ื
ี
ี
ผู้ค้ำงภำษี เป็นเจ้ำของกรรมสิทธ์รวม โจทก์ท้งส่คัดค้ำนกำรยึดท่ดินดังกล่ำวท้งแปลง โดย
ั
ิ
ั
ี
ี
โต้แย้งว่ำมีกำรตกลงแบ่งแยกกำรครอบครองท่ดินไว้เป็นส่วนสัดแล้ว จ�ำเลยจึงต้องยึดและ
ี
ี
ขำยทอดตลำดท่ดินเฉพำะส่วนของนำงสำวนงเยำว์เท่ำน้น เม่อจ�ำเลยให้กำรโต้แย้งว่ำ ท่ดิน
ั
ื
ึ
ี
ั
ั
ทงสองแปลงยงไม่ได้มกำรแบ่งแยกอย่ำงชดเจนว่ำส่วนใดเป็นของนำงสำวนงเยำว์ จงต้อง
้
ั
396

