Page 570 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 570

จัดตั้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ โจทก์จึงไม่มีอ�ำนำจฟ้องจ�ำเลยเป็น

                  ี
              คดีน้ โจทก์เป็นพนักงำนจ้ำงเหมำบริกำรในลักษณะของกำรจ้ำงท�ำของ จึงต้องปฏิบัติตำมข้อ
              ก�ำหนดของ คอส. ข้อบังคับมหำวิทยำลัยอุบลรำชธำนี ว่ำด้วยกำรบริหำรงำนบุคคลส�ำหรับ
              พนักงำนมหำวิทยำลัย พ.ศ. ๒๕๕๔ และข้อบังคับมหำวิทยำลัยอุบลรำชธำนี ว่ำด้วยสถำนปฏิบัต ิ

              กำรโรงแรมและกำรท่องเที่ยว พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งก�ำหนดให้ระยะเวลำปฏิบัติงำนปกติของพนักงำน

              ลูกจ้ำงต้องปฏิบัติงำนได้ไม่ต�่ำกว่ำ ๓ สัปดำห์ ต่อ ๑ เดือน สำมำรถหยุดพักและหรือเดินทำงกลับ
                                             ื
                                    ั
              ภูมิล�ำเนำได้เดือนละ ๑ คร้ง ๗ วัน เม่อจ�ำเลยตรวจสอบแล้วพบว่ำระหว่ำงวันท่ ๑ มกรำคม ๒๕๕๘
                                                                                ี
                                                                 ื
                    ี
              ถึงวันท่ ๒๙ พฤศจิกำยน ๒๕๕๘ แม้ว่ำโจทก์จะได้ลำหยุดเพ่อกลับภูมิล�ำเนำในช่วงเวลำตำมฟ้อง
              ไปแล้ว ๒ วัน คงเหลือวันที่สำมำรถหยุดได้อีก ๕ วันและตำมที่โจทก์กล่ำวอ้ำงว่ำมีวันลำพักผ่อน
                                     ั
              ประจ�ำปีเหลืออยู่ ๖ วัน น้น ข้อบังคับมหำวิทยำลัยอุบลรำชธำนี ว่ำด้วยกำรบริหำรงำนบุคคล
              ส�ำหรับพนักงำนมหำวิทยำลัย พ.ศ. ๒๕๕๔ ข้อ ๓๔ ให้อนุโลมใช้ตำมระเบียบส�ำนักนำยกรัฐมนตร ี
                                                          ึ
              ว่ำด้วยกำรลำของข้ำรำชกำร พ.ศ. ๒๕๕๕ ข้อ ๒๓ ซ่งตำมระเบียบน้มิได้ก�ำหนดให้สิทธิข้ำรำชกำร
                                                                       ี
                                         ี
              หรือพนักงำนมหำวิทยำลัยเปล่ยนวันลำพักผ่อนหรือให้จ่ำยค่ำตอบแทนส�ำหรับวันหยุดซ่งมิได้
                                                                                           ึ
              ใช้สิทธิครบถ้วนเป็นกำรรับเงินค่ำตอบแทนแต่อย่ำงใด จ�ำเลยจึงไม่อำจจ่ำยเงินตอบแทนแก่โจทก์
              ส�ำหรับกำรใช้สิทธิหยุดในวันหยุดตำมประเพณี วันหยุดนักขัตฤกษ์ วันหยุดประจ�ำปี และวันหยุด

              อื่นตำมที่คณะรัฐมนตรีก�ำหนด ประจ�ำปี ๒๕๕๘ ซึ่งมีอยู่ ๑๓ วัน โจทก์หยุดไปแล้ว ๑๑ วัน และได้

                                                             ี
                                      ึ
              ปฏิบัติงำนในวันหยุด ๔ วัน ซ่งรวมวันแรงงำนแห่งชำติท่ไม่ใช่วันหยุดรำชกำรด้วย โจทก์จึงไม่มีสิทธ ิ
                                                                                          ั
                                                                                    ี
                                                                                 ื
              ได้รับค่ำตอบแทนกำรท�ำงำนในวันดังกล่ำว ส่วนกำรท�ำงำนในวันหยุดรำชกำรอ่นท่เหลือน้น โจทก์
              ท�ำงำนโดยไม่ได้ขออนุมัติจำกหัวหน้ำส่วนรำชกำรก่อนจึงไม่มีสิทธิได้รับค่ำตอบแทนกำรท�ำงำน
              ในวันดังกล่ำว ส�ำหรับค่ำตอบแทนกำรท�ำงำนในวันหยุดอ่นท่โจทก์ฟ้องมำซ่งเป็นวันหลังจำก
                                                                    ี
                                                                 ื
                                                                                 ึ
              โจทก์ลำออกแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่ำตอบแทนกำรท�ำงำนในวันดังกล่ำวเช่นกัน ขอให้
              ยกฟ้อง
                       ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลแรงงำนภำค ๓ เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจ
                                                                                     ี
                                                                                     ี
                                                                                       �
                                                                                         ั
                        ิ
                                               ื
              พจำรณำพพำกษำของศำลแรงงำนหรอไม่ จงส่งสำนวนให้ประธำนศำลอทธรณ์คดชำนญพิเศษ
                ิ
                                                         �
                                                                             ุ
                                                     ึ
              วินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติจัดตั้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๙
              วรรคสอง




                                                     542
   565   566   567   568   569   570   571   572   573   574   575