Page 583 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 583

ี
              ของศำลแรงงำน โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินตำมฟ้องจำกจ�ำเลย ระหว่ำงท่โจทก์ท�ำงำนเป็นลูกจ้ำง
                                                                       ั
              ของนิติบุคคลอำคำรชุดยูนิกก้ำ โจทก์มิใช่ลูกจ้ำงของจ�ำเลยแต่กลับรบเงินเดือนจำกจ�ำเลยทับซ้อน
              กับเงินเดือนผู้จัดกำรนิติบุคคลอำคำรชุดยูนิกก้ำ โจทก์จึงต้องคืนเงินเดือนแก่จ�ำเลย ขอให้
                                                                            ี
                                              ี
              ยกฟ้องและบังคับโจทก์คืนเงินเดือนท่รับไป ๓๐๐,๐๐๐ บำท พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี
              นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่จ�ำเลย

                                                                    ี
                       โจทก์ให้กำรแก้ฟ้องแย้งว่ำ ฟ้องแย้งของจ�ำเลยไม่เก่ยวกับฟ้องเดิม ขอให้ยกฟ้องแย้ง
                       ศำลแรงงำนภำค ๒ เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของ
                                                                  ี
              ศำลแรงงำนหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติ

              จัดตั้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๙ วรรคสอง

                                                                                  �
                            ั
                        ิ
                       วนจฉยว่ำ โจทก์บรรยำยฟ้องว่ำ จำเลยจ้ำงเข้ำทำงำนเป็นลูกจ้ำง ตำแหน่งผ้จดกำร
                         ิ
                                                                                          ู
                                                     �
                                                                  �
                                                                                           ั
                                      ี
              นิติบุคคลอำคำรชุด ต่อมำท่ประชุมใหญ่สำมัญเจ้ำของร่วมนิติบุคคลอำคำรชุดมีมติเลิกจ้ำงโจทก์
              โดยโจทก์ไม่ได้กระท�ำควำมผิดและไม่ได้บอกกล่ำวล่วงหน้ำ โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่ำชดเชย
              สินจ้ำงแทนกำรบอกกล่ำวล่วงหน้ำ และค่ำเสียหำยจำกกำรเลิกจ้ำงไม่เป็นธรรม นอกจำกน้นจ�ำเลย
                                                                                         ั
              ยังต้องจ่ำยค่ำจ้ำงค้ำงจ่ำย และคืนเงินทดรองจ่ำยค่ำใช้จ่ำยในกำรดูแลรักษำทรัพย์สินส่วนกลำง
              แก่โจทก์ ตำมค�ำฟ้องโจทก์เป็นกำรกล่ำวอ้ำงว่ำโจทก์กับจ�ำเลยมีนิติสัมพันธ์ในฐำนะลูกจ้ำงกับ
                                   ้
                                                    ้
                                                     �
                                                          ื
                                                              ิ
                                              ่
                                              ื
                                                                              ั
                   ้
              นำยจำงกนตำมสญญำจำงแรงงำนเพอขอใหจำเลยคนเงนทดรองจำยตำมสญญำจำงแรงงำน และ
                                                                                   ้
                                                                      ่
                      ั
                             ั
              เรียกร้องเงินอื่นตำมสัญญำจ้ำงแรงงำนและตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรคุ้มครองแรงงำน ส่วนโจทก์
              จะเป็นลูกจ้ำงของจ�ำเลยอันจะท�ำให้มีสิทธิได้รับเงินตำมฟ้องหรือไม่นั้น เป็นข้อเท็จจริงในเนื้อหำ
              ของคดีท่จะต้องได้รับกำรพิจำรณำวินิจฉัยโดยองค์คณะผู้พิพำกษำตำมรูปคดีต่อไป คดีระหว่ำง
                      ี
                                                              ี
                                                           ้
                                                       ื
                            ึ
                                           ี
              โจทก์กบจ�ำเลยจงเป็นคดีพิพำทเก่ยวด้วยสิทธิหรอหนำท่ตำมสัญญำจ้ำงแรงงำนและตำมกฎหมำย
                    ั
                                                             ั
              ว่ำด้วยกำรคุ้มครองแรงงำน ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน
              พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๘ (๑) และ (๒)
                                              ั
                               ี
                       ส่วนคดีท่จ�ำเลยฟ้องแย้งน้น จ�ำเลยฟ้องแย้งว่ำโจทก์รับเงินเดือนจำกจ�ำเลยทับซ้อน
              กับเงินเดือนผู้จัดกำรนิติบุคคลอำคำรชุดยูนิกก้ำ จึงขอให้โจทก์คืนเงินเดือนแก่จ�ำเลย เป็นกำร
              กล่ำวอ้ำงว่ำจ�ำเลยซ่งเคยเป็นลูกจ้ำงโจทก์รับเงินค่ำจ้ำงไปโดยไม่ถูกต้องตำมสัญญำจ้ำงแรงงำน
                                ึ
                                                                  ี
                                                                                      ี
              คดีระหว่ำงโจทก์กับจ�ำเลยตำมฟ้องแย้งจึงเป็นคดีพิพำทเก่ยวด้วยสิทธิหรือหน้ำท่ตำมสัญญำ
                                               ั
              จ้ำงแรงงำน ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒
              มำตรำ ๘ (๑)
                                                     555
   578   579   580   581   582   583   584   585   586   587   588