Page 657 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 657

จ�ำเลยที่ ๑ ให้กำรว่ำ จ�ำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ตู้ตำมค�ำสั่งนำยกฤษณะ เป็นกำรกระท�ำใน

                      ี
                                                ี
                                                                                        ี
              ทำงกำรท่จ้ำงและในกิจกำรของจ�ำเลยท่ ๒ ด้วยควำมระมัดระวังใช้ควำมเร็วไม่เกินกว่ำท่กฎหมำย
                                                                            ี
              ก�ำหนด สำเหตุของอุบัติเหตุเกิดจำกยำงรถยนต์ตู้ระเบิดท�ำให้จ�ำเลยท่ ๑ ไม่สำมำรถควบคุม
                                         �
              รถยนต์ตู้ได้จึงเสียหลักพลิกคว่ำ เหตุท่เกิดข้น จึงเป็นเหตุสุดวิสัย หลังเกิดเหตุบริษัทธนชำต
                                                     ึ
                                                ี
              ประกันภัย จ�ำกัด (มหำชน) และบริษัทเจ้ำพระยำประกันภัย จ�ำกัด (มหำชน) ได้จ่ำยค่ำสินไหม
              ทดแทนแก่โจทก์ทั้งสิบห้ำแล้ว กำรเรียกค่ำเสียหำยของโจทก์ทั้งสิบห้ำส�ำนวนจึงสูงเกินส่วนและ
                                                                                              ี
                             �
                                                                                   ี
              เป็นค่ำเสียหำยซ้ำซ้อน ในส่วนของค่ำเสียโอกำสและขำดประโยชน์เป็นหน้ำท่ของจ�ำเลยท่ ๒
              ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ที่ ๑๔ และที่ ๑๕ ขอให้ยกฟ้อง
                                                                    ี
                                                                                               ั
                              ี
                       จ�ำเลยท่ ๒ ให้กำรและแก้ไขค�ำให้กำรว่ำ จ�ำเลยท่ ๑ ไม่ได้ขับรถยนต์ตู้ตำมค�ำส่ง
                                     ี
                                                                                              ่
                                                                                              ี
                                                                ี
              นำยกฤษณะ ในทำงกำรท่จ้ำงและในกิจกำรของจ�ำเลยท่ ๒ แต่เป็นกำรเดินทำงไปท่องเทยว
              ส่วนตัว โดยผู้ร่วมเดินทำงขออนุญำตใช้รถยนต์ตู้ของจ�ำเลยท่ ๒ เป็นพำหนะในกำรเดินทำง
                                                                     ี
              หลังเกิดเหตุจ�ำเลยท่ ๒ ช่วยเหลือค่ำท�ำศพและค่ำรักษำพยำบำลแก่ผู้ถึงแก่ควำมตำยและ
                                 ี
                                 ั
              บำดเจ็บแล้ว โจทก์ท้งสิบห้ำยังได้รับชดใช้ค่ำสินไหมทดแทนจำกบริษัทผู้รับประกันภัยแล้ว
              กำรเรียกค่ำเสียหำยของโจทก์ท้งสิบห้ำส�ำนวนจึงสูงเกินส่วน ในส่วนท่อ้ำงว่ำจ�ำเลยท่ ๒ ไม่ได้
                                                                                        ี
                                                                           ี
                                          ั
              หักเงินสมทบน�ำส่งกองทุนสงเครำะห์ กระทรวงศึกษำธิกำร ท�ำให้นำงวรำพร และนำงสำวอ�ำภำ
              ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่ำทดแทนตำมพระรำชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ น้นก็ไม่ได้บรรยำย
                                                                                  ั
                                     ี
                                                ี
              ฟ้องให้ชัดเจนว่ำจ�ำเลยท่ ๒ มีหน้ำท่ต้องน�ำส่งในอัตรำใด เพียงใด จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม
              โจทก์ที่ ๑๔ ไม่ยอมไปรับค่ำจ้ำงค้ำงเอง ส่วนของโจทก์ที่ ๑๕ จ�ำเลยที่ ๒ จ่ำยให้แล้ว หลังเกิดเหตุ
              โจทก์ที่ ๑๔ และที่ ๑๕ ละทิ้งหน้ำที่ติดต่อกันเป็นเวลำเกินกว่ำสำมวัน จ�ำเลยที่ ๒ จึงเลิกจ้ำงได้

              โดยไม่ต้องจ่ำยค่ำชดเชย คดีน้มิใช่คดีอันเกิดแต่มูลละเมิดระหว่ำงนำยจ้ำงและลูกจ้ำงเก่ยวกับกำร
                                                                                        ี
                                        ี
              ท�ำงำนตำมสัญญำจ้ำงแรงงำน จึงไม่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลแรงงำน ขอให้ยกฟ้อง
                        ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลแรงงำนกลำงเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีนี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
              พิพำกษำของศำลแรงงำนหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย

                                   ั
              ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๙ วรรคสอง
                                                          ั
                         ิ
                        ิ
                       วนจฉัยว่ำ โจทก์ฟ้องว่ำ นำงสำวนันทิภคค์ นำงสำวเลขำ นำงสำวกุลธิดำ นำงสำว
                                                           ู
                                                            ู
                                                                                             �
                                          ่
                                          ี
                                ่
                    ั
                                ี
              เยำวลกษณ์ โจทก์ท ๑๔ และท ๑๕ ทำงำนเป็นครลกจ้ำง ส่วนนำงวรำพร และนำงสำวอำภำ
                                                 �
                                                     ี
                                                         ึ
              ท�ำงำนเป็นบุคลำกรทำงกำรศึกษำของจ�ำเลยท่ ๒ ซ่งมีฐำนะเป็นนิติบุคคลประเภทโรงเรียนเอกชน
              โดยมีจ�ำเลยที่ ๑ เป็นผู้อ�ำนวยกำรโรงเรียน มีอ�ำนำจสั่งกำรแทนจ�ำเลยที่ ๒ ให้ครูและบุคลำกร
              ทำงกำรศึกษำปฏิบัติตำมค�ำส่งได้ จ�ำเลยท่ ๑ ได้รับค�ำส่งจำกนำยกฤษณะ ผู้รับใบอนุญำต ซ่ง
                                                               ั
                                                   ี
                                                                                               ึ
                                        ั
                                  ี
              กระท�ำกำรแทนจ�ำเลยท่ ๒ ส่งกำรให้ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำเข้ำร่วมสัมมนำท่จังหวัดระยอง
                                      ั
                                                                                    ี
                                                     629
   652   653   654   655   656   657   658   659   660   661   662