Page 658 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 658

ระหว่ำงเดินทำงกลับจำกจังหวัดระยองมุ่งหน้ำเข้ำกรุงเทพมหำนคร จ�ำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ตู้ด้วย

              ควำมประมำทเลินเล่ออย่ำงร้ำยแรงชนแท่งคอนกรีตกั้นกลำงถนน เป็นเหตุให้นำงสำวนันทิภัคค์
              นำงวรำพร นำงสำวอ�ำภำ นำงสำวกุลธิดำ นำงสำวเลขำ นำงสำวเยำวลักษณ์ และเด็กหญิง

                                                                      ี
                                                            ี
              กัญญภัค ถึงแก่ควำมตำย และเป็นเหตุให้โจทก์ท่ ๑๔ และท่ ๑๕ บำดเจ็บ คดีของโจทก์
                                                ี
                ั
                                                                             ี
                                   ี
                                 ี
              ท้งสิบห้ำส�ำนวนส่วนท่เก่ยวกับจ�ำเลยท่ ๑ จึงเป็นกำรกล่ำวอ้ำงว่ำจ�ำเลยท่ ๑ ในฐำนะเป็นตัวแทน
                                                                        ่
                           ่
                     ี
                                                                        ี
                                                                   ิ
                                                        ู
               �
                                                                ิ
                           ึ
              จำเลยท่ ๒ ซงเป็นนำยจ้ำงและในฐำนะเป็นลกจ้ำงปฏบัตหน้ำทตำมค�ำส่งในทำงกำรทจ้ำง
                                                                                             ่
                                                                                             ี
                                                                                ั
              ของจ�ำเลยที่ ๒ ด้วยควำมประมำทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำดังกล่ำว
              ถึงแก่ควำมตำยและบำดเจ็บ โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ ในฐำนะทำยำทโดยธรรมของครูและบุคลำกร
              ทำงกำรศึกษำที่ถึงแก่ควำมตำยและโจทก์ที่ ๑๔ และที่ ๑๕ ผู้บำดเจ็บจึงฟ้องให้จ�ำเลยที่ ๑ รับผิด
                        ี
                                        ี
                                                                                            ี
              ตำมมูลหน้ละเมิด คดีส่วนน้จึงเป็นคดีอันเกิดแต่มูลละเมิดระหว่ำงลูกจ้ำงกับลูกจ้ำงท่เกิด
              จำกกำรท�ำงำนในทำงกำรท่จ้ำง ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคด        ี
                                                                   ั
                                       ี
              แรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๘ (๕) และคดีในส่วนของจ�ำเลยที่ ๒ โจทก์ทั้งสิบห้ำส�ำนวนฟ้อง
                                                    ี
              จ�ำเลยท่ ๒ ในฐำนะนำยจ้ำงของจ�ำเลยท่ ๑ และในฐำนะเป็นนำยจ้ำงของครูและบุคลำกร
                     ี
              ทำงกำรศึกษำดังกล่ำวที่ถึงแก่ควำมตำยและในฐำนะเป็นนำยจ้ำงของโจทก์ที่ ๑๔ และที่ ๑๕ ให้
                                                                                             ี
                                                                   ี
                                       ึ
                                               ี
              ร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดซ่งจ�ำเลยท่ ๑ ลูกจ้ำงของจ�ำเลยท่ ๒ ได้กระท�ำไปในทำงกำรท่จ้ำง
              และกระท�ำละเมิดเก่ยวกับกำรท�ำงำนตำมสัญญำจ้ำงแรงงำนต่อครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ
                                ี
              ดังกล่ำวท่ถึงแก่ควำมตำยและในฐำนะเป็นนำยจ้ำงของโจทก์ท่ ๑๔ และท่ ๑๕ และต้องร่วม
                       ี
                                                                     ี
                                                                                ี
              รับผิดในผลแห่งละเมิดกับจ�ำเลยท่ ๑ ตำมบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์
                                            ี
              มำตรำ ๔๒๕ โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๑๓ ในฐำนะทำยำทโดยธรรมของครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ
                ี
              ท่ถึงแก่ควำมตำยและโจทก์ท่ ๑๔ และท่ ๑๕ ผู้บำดเจ็บจึงฟ้องให้จ�ำเลยท่ ๒ ร่วมรับผิดกับ
                                                                                ี
                                        ี
                                                  ี
                                                                           ี
              จ�ำเลยท่ ๑ ในมูลหน้ละเมิด แม้โจทก์ท้งสิบห้ำจะมิได้ฟ้องว่ำจ�ำเลยท่ ๒ เป็นผู้กระท�ำละเมิด
                                                 ั
                                 ี
                     ี
                       ั
                                                                                 ั
              ต่อโจทก์ท้งสิบห้ำโดยตรง แต่ตำมมำตรำ ๘ (๕) แห่งพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและ
              วิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ ยังหมำยถึงกรณีลูกจ้ำงผู้เสียหำยฟ้องนำยจ้ำงให้รับผิดแห่ง
              ละเมิดที่ลูกจ้ำงด้วยกันได้กระท�ำไปในทำงกำรที่จ้ำงอีกด้วย คดีของโจทก์ทั้งสิบห้ำส�ำนวนส่วนที่
              เกี่ยวกับจ�ำเลยที่ ๒ นี้ จึงเป็นคดีพิพำทอันเกิดแต่มูลละเมิดระหว่ำงนำยจ้ำงและลูกจ้ำงเกี่ยวกับ
                                                                               ี
              กำรท�ำงำนตำมสัญญำจ้ำงแรงงำนและมูลละเมิดระหว่ำงลูกจ้ำงกับลูกจ้ำงท่เกิดจำกกำรท�ำงำน
                                                 ั
                         ี
              ในทำงกำรท่จ้ำงตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒
                                                                                        ่
                                                                                            ่
                                           ์
                                                       ้
              มำตรำ ๘ (๕) นอกจำกนี้คดีที่โจทกที่ ๓ ถึงที่ ๕ ฟองจ�ำเลยที่ ๒ อำงเหตุวำจ�ำเลยที่ ๒ ไมน�ำสงเงิน
                                                                           ่
                                                                    ้
              สมทบบุคลำกรทำงกำรศึกษำเข้ำกองทุนสงเครำะห์ กระทรวงศึกษำธิกำร ท�ำให้นำงวรำพร และ
              นำงสำวอ�ำภำ ไม่มีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพและค่ำทดแทนตำมพระรำชบัญญัติโรงเรียนเอกชน
                                                     630
   653   654   655   656   657   658   659   660   661   662   663