Page 113 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 113
ของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่จำเลยที่ ๑ ไดรับ การทำสัญญาค้ำประกันตามฟองจึงมี
วัตถุประสงคเปนการตองหามชัดแจงโดยกฎหมาย ขัดตอความสงบเรียบรอยของประชาชน
ตกเปนโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๐
โจทกฟอง ขอใหบังคับจำเลยทั้งสองรวมกันชำระเงิน ๓๒๑,๕๙๒ บาท พรอมดอกเบี้ย
อัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงิน ๓๑๔,๙๗๓ บาท นับถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระ
เสร็จแกโจทก
จำเลยที่ ๑ ขาดนัด
จำเลยที่ ๒ ใหการดวยวาจา ขอใหยกฟอง
ศาลแรงงานภาค ๔ พิพากษาใหจำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๓๑๔,๙๗๓ บาท พรอมดอกเบี้ย
อัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับแตวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๐ เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก
แตดอกเบี้ยคิดถึงวันฟอง (ฟองวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๐) ตองไมเกิน ๖,๖๑๙ บาท ยกฟองโจทก
สำหรับจำเลยที่ ๒
โจทกอุทธรณ
ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานภาค ๔ ฟงขอเท็จจริงวา
จำเลยที่ ๑ เปนพนักงานของโจทก ตำแหนงพนักงานขับรถขนสงสินคาและขายสินคา มีหนาที่
ขับรถยนตนำสินคาประเภทผลิตภัณฑบำรุงรักษารถยนตที่โจทกมอบหมายไปสงขายใหแกลูกคา
และรับเงินคาสินคาจากลูกคาแทนโจทก จำเลยที่ ๒ เปนผูค้ำประกันโดยทำสัญญาค้ำประกัน
มอบไวแกโจทกเมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๘ สัญญาค้ำประกันดังกลาวระบุวา ในระหวาง
สัญญาจางนี้หากผูรับจางไดกอใหเกิดหนี้สิน หรือกระทำการใดอันกอใหเกิดความเสียหายแกผูวาจาง
ผูค้ำประกันยอมรับผิดใชหนี้และหรือคาเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงทั้งจำนวนใหแกผูวาจางทันที
โดยไมอางเหตุใด ๆ มาปดความรับผิดชอบเปนอันขาด ระหวางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน
๒๕๖๐ จำเลยที่ ๑ รับเงินคาสินคาจากลูกคาไว ๒๙๗,๐๗๔ บาท แลวไมนำสงโจทก จำเลยที่ ๑
เบิกสินคาเพื่อไปสงขายคิดเปนเงิน ๑๑,๑๕๕ บาท แตไมนำสินคานั้นไปสงขาย กับเบิกเบี้ยเลี้ยง
และคาโทรศัพทของเดือนมิถุนายน ๒๕๖๐ เปนเวลา ๒๔ วัน เปนเงิน ๒๐,๒๐๐ บาท แตจำเลยที่ ๑
ทำงานใหแกโจทกเพียง ๑๖ วัน แลววินิจฉัยวาจำเลยที่ ๑ รับเงินคาสินคาจากลูกคาแตไมนำสง
โจทก เบิกสินคาไปสงขายแตไมนำไปสงขาย เปนการทำละเมิดและผิดสัญญาจางแรงงานตอง
ชดใชคาเสียหายดังกลาวใหแกโจทกพรอมดอกเบี้ย การที่จำเลยที่ ๑ เบิกเบี้ยเลี้ยงและคาโทรศัพท
๑๐๓

