Page 115 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 115

แตการเรียกหรือรับหลักประกันเชนวานั้นตองเปนไปตามหลักเกณฑ และวิธีการที่รัฐมนตรีวาการ

              กระทรวงแรงงานประกาศกำหนดตามที่กฎหมายบัญญัติไวดวย ปรากฏวารัฐมนตรีวาการกระทรวง

              แรงงานไดอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๖ และมาตรา ๑๐
              ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ออกประกาศ

              กระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกัน

              ความเสียหายในการทำงานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๑ ประกาศดังกลาว

              มีผลใชบังคับตั้งแตวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เปนตนไป โดยขอ ๑๐ วรรคหนึ่ง กำหนดวาในกรณี
              ที่นายจางเรียกหรือรับหลักประกันโดยการค้ำประกันดวยบุคคล วงเงินค้ำประกันที่นายจางเรียก

              ใหผูค้ำประกันรับผิดตองไมเกินหกสิบเทาของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจางไดรับ และเมื่อ

              ประกาศดังกลาวมีผลใชบังคับแลว นายจางผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามอาจมีความผิดทางอาญา

              ตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๔๔ วรรคหนึ่ง กรณีถือวาเปนกฎหมาย
              เกี่ยวดวยความสงบเรียบรอยของประชาชน อีกทั้งตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๖๘๑

              วรรคสอง ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย

              (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ มีผลใชบังคับตั้งแตวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๘ ก็กำหนดวา

              หนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไขจะประกันไวเพื่อเหตุการณซึ่งหนี้นั้นอาจเปนผลไดจริงก็ประกันได
              แตตองระบุวัตถุประสงคในการกอหนี้รายที่ค้ำประกัน ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุดที่

              ค้ำประกัน และมาตรา ๖๘๕/๑ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย

              แพงและพาณิชย (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๘ ไดกำหนดวา บรรดาขอตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกัน

              ที่แตกตางไปจากมาตรา ๖๘๑ วรรคหนึ่ง วรรคสองและวรรคสาม ขอตกลงนั้นเปนโมฆะ ซึ่งเปน
              บทบัญญัติในทำนองเดียวกัน ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันมอบไวแกโจทกภายหลัง

              จากที่ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงาน

              หรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๑

              มีผลใชบังคับแลว การทำสัญญาค้ำประกันจึงตองระบุจำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกันไวไมเกินหกสิบเทา
              ของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจางไดรับตามประกาศดังกลาว แตสัญญาค้ำประกันที่จำเลย

              ที่ ๒ ทำมอบไวแกโจทกมิไดระบุจำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกันไว โดยระบุใหจำเลยที่ ๒ รับผิดชดใช

              คาเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งจำนวน เทากับกำหนดใหจำเลยที่ ๒ รับผิดไมจำกัดจำนวน จึงขัดตอ

              พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และประกาศกระทรวงแรงงาน
              เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายใน

              การทำงานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑ ขอ ๑๐ วรรคหนึ่ง อยางชัดแจง ทั้งนี้ กฎหมายไมเปดชองให


                                                     ๑๐๕
   110   111   112   113   114   115   116   117   118   119   120