Page 118 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 118

โจทกฟองขอใหบังคับจำเลยจายคาจาง ๕,๓๓๓ บาท คาชดเชย ๑๖,๐๐๐ บาท คาลวงเวลา

              ๑,๙๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป ของตนเงินแตละจำนวนดังกลาว นับแต

              วันฟองจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา ๒๘,๘๐๐ บาท และ
              คาเสียหายจากการเลิกจางโดยไมเปนธรรม ๔,๔๑๖,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป

              ของตนเงินแตละจำนวนดังกลาว นับแตวันฟองจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก

                       จำเลยใหการขอใหยกฟอง

                       ศาลแรงงานกลางพิพากษาใหจำเลยจายคาชดเชย ๑๖,๐๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรา
              รอยละ ๑๕ ตอป นับแตวันฟอง (ฟองวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐) เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จ

              แกโจทก สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา ๒๘,๘๐๐ บาท และคาเสียหายจากการเลิกจางโดย

              ไมเปนธรรม ๑๖,๐๐๐ บาท รวมเปนเงิน ๔๔,๘๐๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป

              นับแตวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก คำขออื่นนอกจากนี้ใหยก
                       จำเลยอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง

              วาจำเลยเปนนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โจทกเปนลูกจางจำเลยตั้งแตวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๙

              ทำงานในตำแหนงหัวหนาพนักงานปองกันการสูญเสีย ไดรับคาจางอัตราสุดทายเดือนละ ๑๖,๐๐๐ บาท
              กำหนดจายคาจาง ทุกวันสิ้นเดือน โดยคำนวณรอบวันทำงานตั้งแตวันที่ ๒๖ ของเดือนถึง

              วันที่ ๒๕ ของเดือนถัดไป เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๐ จำเลยแจงเตือนโจทกวาโจทกกระทำผิด

              รายแรงโดยการโตเถียงแสดงความกาวราวและพูดจาไมสุภาพกับลูกคา ทำใหจำเลยเสื่อมเสีย

              ชื่อเสียงและไดรับความเสียหาย ตามหนังสือเตือนเอกสารหมาย ล.๔ ซึ่งมีขอความตอนหนึ่งวา
              ผูมีอำนาจในการสอบสวนและพิจารณาโทษไดวินิจฉัยขอเท็จจริงแลวเห็นสมควรตักเตือนเปน

              ลายลักษณอักษร และมีผลใหพนสภาพการเปนพนักงานของจำเลยโดยทันที โดยไมปรากฏลายมือชื่อ

              กรรมการผูจัดการหรือรองกรรมการผูจัดการของจำเลย คงมีเพียงลายมือชื่อผูจัดการฝายบุคคล

              ของจำเลย โจทกไมยอมลงลายมือชื่อรับทราบในหนังสือดังกลาว และไมมาทำงานตั้งแตวันที่ ๘
              มีนาคม ๒๕๖๐ เปนตนไป จำเลยจายคาจางระหวางวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๗

              มีนาคม ๒๕๖๐ ใหแกโจทก ๕,๓๓๓ บาท แลว และโจทกติดใจรับเงินคาลวงเวลาเพียง ๑,๔๐๐ บาท

              แลววินิจฉัยวาหากวัตถุประสงคในการออกหนังสือเตือนเอกสารหมาย ล.๔ เพื่อใหโจทก

              ปรับปรุงตัวและเขาสูขั้นตอนของคณะกรรมการสอบสวนดังที่พยานจำเลยเบิกความ ก็ไมควรมี
              ขอความวามีผลใหพนสภาพจากการเปนพนักงานของจำเลยโดยทันที เพราะโจทกหรือบุคคลที่

              พบเห็นเอกสารนี้ยอมตองเขาใจวาเปนการลงโทษโจทกโดยใหพนสภาพจากการเปนพนักงาน


                                                     ๑๐๘
   113   114   115   116   117   118   119   120   121   122   123