Page 114 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 114

ของเดือนมิถุนายน ๒๕๖๐ ไป ๒๔ วัน แตทำงานใหโจทกเพียง ๑๖ วัน จึงตองคืนเงินที่เบิกเกินไป

              ๖,๗๔๔ บาท ใหแกโจทกพรอมดอกเบี้ย สวนสัญญาค้ำประกันเปนการเรียกหรือรับหลักประกัน

              เกินหกสิบเทาของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจางไดรับ ขัดตอพระราชบัญญัติคุมครอง
              แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๐ และประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเรียก

              หรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑

              จึงมีวัตถุประสงคเปนการตองหามชัดแจงโดยกฎหมาย ตกเปนโมฆะตามประมวลกฎหมายแพง

              และพาณิชย มาตรา ๑๕๐ จำเลยที่ ๒ จึงไมตองรับผิดตามสัญญาค้ำประกันดังกลาว
                       คดีมีปญหาวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกวา จำเลยที่ ๒ ตองรับผิดตอโจทกหรือไม

              เพียงใด โดยโจทกอุทธรณวา สัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ ๒ ทำมอบไวแกโจทกเปนการค้ำประกัน

              หนี้ในอนาคตที่ไมอาจคาดหมายได ความเสียหายจะมีเพียงใดจึงขึ้นอยูกับการกระทำของจำเลย

              ที่ ๑ หากความเสียหายไมเกินหกสิบเทาของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่จำเลยที่ ๑ ไดรับ
              ยอมผูกพันจำเลยที่ ๒ ทุกจำนวน แตถาความเสียหายเกินหกสิบเทาของอัตราคาจางรายวันโดย

              เฉลี่ยที่จำเลยที่ ๑ ไดรับ ก็ผูกพันจำเลยที่ ๒ เฉพาะสวนที่ไมเกินหกสิบเทา ความเสียหายที่เกิน

              จากนั้นไมสามารถบังคับเอาแกจำเลยที่ ๒ ได สัญญาค้ำประกันดังกลาวจึงมิไดเปนการกำหนด

              จำนวนเงินที่ค้ำประกันเกินหกสิบเทาของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่จำเลยที่ ๑ ไดรับ นอกจากนี้
              สัญญาค้ำประกันที่ขัดตอพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๐ และประกาศ

              กระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกัน

              ความเสียหายในการทำงานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่จะทำใหเปนโมฆะตองเปนกรณีที่นายจาง

              ไมมีสิทธิเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจาก
              ลูกจางแลวไปเรียก หรือรับหลักประกัน แตโจทกมีสิทธิเรียกหรือรับหลักประกัน ดังนั้น สัญญา

              ค้ำประกันที่จำเลยที่ ๒ ทำมอบไวแกโจทกจึงมีผลสมบูรณและบังคับได หาตกเปนเปนโมฆะ

              ทั้งฉบับดังที่ศาลแรงงานภาค ๔ วินิจฉัยไม เห็นวา การที่พระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

              มาตรา ๑๐ หามมิใหนายจางเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหาย
              ในการทำงานจากลูกจาง เวนแตลักษณะหรือสภาพของงานที่ทำนั้นลูกจางตองรับผิดชอบเกี่ยวกับ

              การเงินหรือทรัพยสินของนายจางซึ่งอาจกอใหเกิดความเสียหายแกนายจางได ก็เพื่อมิใหเปนภาระ

              แกลูกจางเกินความจำเปน อันเปนการคุมครองลูกจางทางหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็เปนประโยชน

              แกนายจางที่ไมตองวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำงานของลูกจางเนื่องจากมีหลักประกัน แมในคดีนี้
              งานที่จำเลยที่ ๑ รับผิดชอบจะมีลักษณะหรือสภาพที่กอใหเกิดสิทธิแกโจทกในอันที่จะเรียกหรือ

              รับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานดังอุทธรณของโจทกก็ตาม


                                                     ๑๐๔
   109   110   111   112   113   114   115   116   117   118   119