Page 119 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 119
และการแจงใหโจทกเขารวมการสอบสวนก็แจงดวยวาจา ไมไดแจงเปนกิจจะลักษณะโดยการทำ
เปนลายลักษณอักษรดังเชนหนังสือเตือน ทั้งผูจัดการฝายบุคคลของจำเลยซึ่งถือเปนฝายบริหาร
ของจำเลยมีหนาที่ควบคุมดูแลพนักงานของจำเลยเปนผูลงลายมือชื่อ จึงทำใหโจทกเขาใจไดวา
ผูมีอำนาจของจำเลยแจงใหโจทกทราบบทลงโทษแลว พนักงานของจำเลยอานขอความในหนังสือ
เตือนใหโจทกฟงเพราะโจทกไมยอมลงชื่อรับทราบ ซึ่งถือวาจำเลยไดสงหนังสือฉบับดังกลาวให
แกโจทกและโจทกทราบบทลงโทษในหนังสือเตือนแลววา ใหโจทกพนสภาพจากการเปนพนักงาน
ดังนั้นการที่โจทกไมมาทำงาน และจำเลยมีหนังสือเลิกจางโจทกโดยอางเหตุวาโจทกละทิ้งหนาที่
เปนเวลาสามวันทำงานติดตอกันโดยไมมีเหตุอันสมควร ก็ยังไมถือวาโจทกมีพฤติการณตามที่
ปรากฏในหนังสือเลิกจาง แตถือวาจำเลยเลิกจางโจทกตามที่ปรากฏในหนังสือเตือนเอกสารหมาย
ล.๔ โดยไมมีการสอบสวนใหไดความชัดเจน จึงเปนการเลิกจางที่ไมชอบ และไมเขาขอยกเวนที่
จำเลยจะเลิกจางโจทกไดโดยไมตองจายคาชดเชยตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
มาตรา ๑๑๙ และโจทกมีสิทธิไดรับสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาตามประมวลกฎหมายแพง
และพาณิชย มาตรา ๕๘๒ และพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๗ และ
คาเสียหายจากการเลิกจางโดยไมเปนธรรม
คดีมีปญหาวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยในขอ ๒.๑ วา หนังสือตามเอกสารหมาย ล.๔
เปนหนังสือเตือน หรือหนังสือเลิกจาง หรือไม โดยจำเลยอุทธรณวาจำเลยมีระเบียบขั้นตอนปฏิบัติ
ในการพิจารณาความผิดของพนักงาน ๕ ขั้นตอน ไดแก ๑. ผูจัดการสาขาทำการไตสวนเบื้องตน
และทำหนังสือรายงานเหตุการณมายังผูบริหาร ๒. ผูบริหารแตงตั้งคณะกรรมการสืบสวนขอเท็จจริง
และพิจารณาโทษทางวินัย ๓. คณะกรรมการสืบสวนขอเท็จจริงและพิจารณาโทษทางวินัยประชุม
ผูจัดการสาขาและเจาหนาที่ที่เกี่ยวของ ๔. คณะกรรมการสืบสวนขอเท็จจริงพิจารณาโทษทางวินัย
เรียกพนักงานผูกระทำผิดมาไตสวนและพิจารณาโทษทางวินัย และ ๕. คณะกรรมการสืบสวน
ขอเท็จจริงและพิจารณาโทษทางวินัยทำรายงานสรุปสงผูบริหาร หากพนักงานผูนั้นทำผิดจริง
ผูจัดการฝายบุคคลจะออกหนังสือเลิกจางเสนอผูบริหารลงชื่ออนุมัติ กรณีของโจทกนั้นจำเลยได
แตงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและพิจารณาโทษทางวินัย ซึ่งอยูในขั้นตอนที่ ๓ กำลังจะเขาสู
ขั้นตอนที่ ๔ จำเลยจึงออกหนังสือเตือนและมีขอความวามีผลใหพนสภาพการเปนพนักงานของ
จำเลย โดยทันทีตามเอกสารหมาย ล.๔ แตกรรมการผูมีอำนาจของจำเลยยังไมไดลงลายมือชื่อ
ในหนังสือดังกลาวซึ่งเปนเพียงสำเนา และจำเลยก็ไมไดมอบอำนาจใหผูจัดการฝายบุคคลมีอำนาจ
เลิกจางประกอบกับขั้นตอนการไตสวนการกระทำผิดของโจทกยังไมแลวเสร็จยังอยูในขั้นที่ ๔
ซึ่งไมใชขั้นตอนที่จะมีคำสั่งทางหนึ่งทางใด หนังสือเตือนตามเอกสารหมาย ล.๔ จึงไมถือเปนการ
๑๐๙

