Page 189 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 189

คงเหลือเงินที่ยังไมนำฝากของป ๒๕๕๙ จำนวน ๘๐๐,๔๐๐.๖๕ บาท สวนระหวางวันที่ ๑

              มกราคม ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๐ โจทกทั้งสองรับเงินจากผูชำระหนี้โดยออกใบเสร็จ

              รับเงินและนำฝากเขาธนาคารบางสวน สวนที่เหลือที่ยังไมนำฝากเขาบัญชีธนาคารของจำเลย
              เปนเงิน ๕๕๕,๓๒๐.๔๒ บาท เงินที่ยังไมนำฝากธนาคารดังกลาวไดนำมาหักคาใชจายและรวมกับ

              เงินที่ไดรับโดยที่ยังไมมีการออกใบเสร็จรับเงิน ๑๖,๒๘๐ บาทแลว คงเหลือเงินที่ยังไมนำฝาก

              ธนาคาร ๑๕๗,๔๑๔.๔๒ บาท รวมเปนเงิน ๙๕๗,๘๑๕.๐๗ บาท และยังไดความจากพยานโจทก

              ปากนางสาววันดี ผูตรวจสอบบัญชีของจำเลยชวงป ๒๕๕๑ ถึงป ๒๕๕๘ วา เมื่อมีการรับเงินมา
              โจทกทั้งสองจะนำไปจายคาใชจายไมไดนำฝากเขาธนาคารเต็มจำนวน ตอมาจึงทยอยนำเงินฝาก

              เขาบัญชีเงินฝากของจำเลย จากวิธีปฏิบัติของโจทกทั้งสองแสดงใหเห็นวาโจทกทั้งสองตองยึดถือ

              เงินจำนวนหนึ่งไวกับตัวหมุนเวียนใชจาย โดยเมื่อรับเงินมาแลวก็นำไปจายเปนคาใชจายอยางอื่น

              ที่เหลือเก็บรักษาไวไมไดนำไปฝากบัญชีธนาคาร ขอเท็จจริงรับฟงไดวาโจทกทั้งสองยังไมนำเงิน
              ที่ไดรับในป ๒๕๕๙ และวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๐ ฝากเขาบัญชีธนาคาร

              ของจำเลย ๙๕๗,๘๑๕.๐๗ บาท การปฏิบัติของโจทกทั้งสองเปนการเบียดบังเอาเงินของจำเลย

              ไปหมุนเวียนหาประโยชนใหแกตนเองเปนการทุจริตตอหนาที่และเปนการกระทำความผิดอาญา

              โดยเจตนาแกจำเลยซึ่งเปนนายจาง จงใจทำใหจำเลยไดรับความเสียหายไมไดรับดอกเบี้ยจาก
              ธนาคารตามอัตราที่กำหนด จึงเขาขอยกเวนที่จำเลยมีสิทธิเลิกจางโจทกทั้งสองไดโดยไมตองจาย

              คาชดเชยตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๑) และ (๒) แมโจทกทั้งสอง

              จะไดรับคำสั่งใหถือเงินดังกลาวไวโดยมีนายวงศเดชา อดีตประธานกรรมการจำเลยในชวงป ๒๕๔๗

              ถึง ๒๕๕๗ เบิกความยืนยัน แตเปนคำสั่งที่ไมถูกตองขัดตอขอบังคับของจำเลยเปนชองทางใหเกิด
              การทุจริตไดงายไมอาจรับฟงได จำเลยเปนนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

              การดำเนินกิจการยอมอยูภายใตบทบัญญัติแหงกฎหมายและขอบังคับของจำเลย ซึ่งหมวดที่ ๒

              วัตถุประสงค ขอ ๑ ระบุวาจำเลยจัดตั้งขึ้นเพื่อรับโอนทรัพยสินและบริการอันเปนสาธารณูปโภคหรือ

              บริการสาธารณะที่ผูจัดสรรที่ดินไดจัดใหมีขึ้นเพื่อประโยชนของสมาชิกและบริวารใหมีประสิทธิภาพ
              และประสิทธิผลโดยรวม และขอเท็จจริงฟงไดวา รายไดของจำเลยทุกประเภทจะนำมาเปนรายได

              ของจำเลย ไมไดนำกำไรไปแบงปนระหวางกรรมการหรือลูกบานแตอยางใด การดำเนินการของ

              จำเลยจึงเปนการประกอบกิจการที่ไมไดแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ มิใหใชบทบัญญัติหมวด ๑๑

              คาชดเชย มาใชบังคับแกจำเลยตามกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
              คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ขอ (๓) จำเลยจึงไมตองจายคาชดเชยพรอมดอกเบี้ยใหแกโจทกทั้งสอง

              โจทกทั้งสองรับเงินจากผูชำระหนี้แลวไมนำฝากธนาคารแตนำไปใชหรือหาประโยชนสวนตน ถือวา


                                                     ๑๗๙
   184   185   186   187   188   189   190   191   192   193   194