Page 190 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 190

โจทกทั้งสองกระทำผิดอยางรายแรงและทำประการอื่นอันไมสมแกการปฏิบัติหนาที่ของตนใหลุลวง

              ไปโดยถูกตองและสุจริต จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจางโจทกทั้งสองไดโดยไมตองบอกกลาวลวงหนา

              ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๕๘๓ จำเลยไมตองจายสินจางแทนการบอกกลาว
              ลวงหนาแกโจทกทั้งสอง โจทกทั้งสองเปนลูกจางจำเลยมีหนาที่รับเงินจากผูชำระหนี้ใหแกจำเลยแลว

              ไมนำฝากเขาบัญชีธนาคารทำใหเงินสูญหายไปจำนวนมากถึง ๙๕๗,๘๑๕.๑๐ บาท (ที่ถูก คือ

              ๙๕๗,๘๑๕.๐๗ บาท) อันเปนการทุจริตตอหนาที่ พฤติการณของโจทกทั้งสองมีเหตุที่จำเลยไมอาจ

              ไววางใจใหทำงานไดอีกตอไปเปนการเลิกจางที่มีเหตุผลเพียงพอ มิใชเปนการกลั่นแกลงโจทกทั้งสอง
              มิใชการเลิกจางที่ไมเปนธรรม จำเลยไมตองจายคาเสียหายแกโจทกทั้งสอง โจทกทั้งสองรับเงิน

              จากผูชำระหนี้ใหแกจำเลยแลวไมนำสงมอบใหแกจำเลย ๙๕๗,๘๑๕.๐๗ บาท เปนการผิดสัญญาจาง

              และกระทำละเมิดตอจำเลย จึงตองรับผิดชดใชคาเสียหาย ๙๓๗,๘๑๕.๑๐ บาท พรอมดอกเบี้ย

              ผิดนัดนับแตวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๐ ตามที่จำเลยมีคำขอ
                       ที่โจทกทั้งสองอุทธรณในขอ ๒.๖ วา ที่ประชุมคณะกรรมการจำเลยมีมติใหพักงานโจทก

              ทั้งสองถึงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๑ ตอมาวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๐ ประธานคณะกรรมการจำเลย

              ออกหนังสือเลิกจางโจทกโดยไมมีมติจากคณะกรรมการจำเลย อันเปนอุทธรณในทำนองวาประธาน

              คณะกรรมการจำเลยไมมีอำนาจเลิกจาง โจทกทั้งสองยังไมถูกจำเลยเลิกจางนั้น เห็นวา เปนอุทธรณ
              ที่ขัดแยงกับคำฟองของโจทกทั้งสองเองที่ยืนยันวา เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๐ จำเลยมีคำสั่ง

              เลิกจางโจทกทั้งสอง กับมีคำขอใหบังคับจำเลยจายคาชดเชย สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา

              และคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรม และโจทกทั้งสองกับจำเลยยังแถลงรับขอเท็จจริงกันวา

              โจทกทั้งสองเปนลูกจางจำเลยและมีการเลิกจางในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๐ ตามรายงานกระบวน
              พิจารณาคดีของศาลแรงงานกลาง ฉบับลงวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๑ ดังนั้น อุทธรณของโจทก

              ทั้งสองในขอนี้จึงเปนขอที่ไมไดยกขึ้นวากันมาแลวโดยชอบในศาลแรงงานกลางตามประมวลกฎหมาย

              วิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ

              วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย
                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกทั้งสองประการแรกวา จำเลยดำเนินกิจการ

              เพื่อแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจหรือไม เห็นวา จำเลยเปนนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน

              พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่ตองดำเนินกิจการภายใตบทบัญญัติแหงกฎหมายและขอบังคับของจำเลย ตาม

              ขอบังคับของจำเลยหมวดที่ ๒ แสดงถึงวัตถุประสงคในการดำเนินกิจการของจำเลยวา เพื่อรับโอน
              ทรัพยสินและบริการอันเปนสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะที่ผูจัดสรรที่ดินไดจัดใหมีขึ้น เพื่อ

              การจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่รับอนุญาตและดำเนินการดานการบริหารจัดการเพื่อ


                                                     ๑๘๐
   185   186   187   188   189   190   191   192   193   194   195