Page 187 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 187

จําเลยในขณะนั้น และมติของคณะกรรมการจําเลย แตเงินที่ยังไมนําฝากมีจํานวนมากเกิน

              กวาที่จะเก็บไวสํารองจายเปนคาใชจายของจําเลยรายวัน การกระทําของโจทกทั้งสองเปน

              การกระทําอันไมสมแกการปฏิบัติหนาที่ของตนใหลุลวงไปโดยถูกตองและสุจริต กับทั้งมี

              เหตุอันควรสงสัยไดวาเปนการนําเงินไปหมุนเวียนใชจายสวนตัว จําเลยจึงมีสิทธิเลิกจาง
              โจทกทั้งสองไดโดยไมตองบอกกลาวลวงหนาตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๘๓ และถือเปนเหตุ

              อันสมควรเพียงพอที่จะเลิกจางโจทกทั้งสองได มิใชเปนการกลั่นแกลงโจทกทั้งสอง การ

              เลิกจางโจทกทั้งสองจึงมิใชการเลิกจางที่ไมเปนธรรม จําเลยไมตองจายสินจางแทนการ
              บอกกลาวลวงหนาและคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรมแกโจทกทั้งสอง

                      พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔๖ บัญญัติวา “ใหนิติบุคคลหมูบาน

              จัดสรรที่จดทะเบียนแลวมีฐานะเปนนิติบุคคล ใหนิติบุคคลหมูบานจัดสรรมีคณะกรรมการ

              หมูบานจัดสรรเปนผูดําเนินกิจการของนิติบุคคลหมูบานจัดสรรตามกฎหมายและขอบังคับ

              ของนิติบุคคลหมูบานจัดสรรภายใตการควบคุมดูแลของที่ประชุมใหญของสมาชิก
              คณะกรรมการหมูบานจัดสรรเปนผูแทนของนิติบุคคลหมูบานจัดสรรในกิจการอันเกี่ยวกับ

              บุคคลภายนอก” และมาตรา ๔๘ บัญญัติวา “เพื่อประโยชนของผูซื้อที่ดินจัดสรร ใหนิติบุคคล

              หมูบานจัดสรรมีอํานาจหนาที่ดังตอไปนี้…(๔) ยื่นคํารองทุกขหรือเปนโจทกฟองแทน
              สมาชิกเกี่ยวกับกรณีที่กระทบสิทธิหรือประโยชนของสมาชิกจํานวนตั้งแตสิบรายขึ้นไป...”

              เมื่อขอบังคับของจําเลย หมวดที่ ๓ ขอ ๕ (๗) ระบุวา การแจงความรองทุกข ฟองรอง

              ดําเนินคดีในการปกปองสิทธิและผลประโยชนของสวนรวมเปนอํานาจของคณะกรรมการ

              หมูบาน และขอ ๘ (๑) ซึ่งระบุขอบเขตอํานาจหนาที่ของประธานคณะกรรมการซึ่งไมได

              ใหอํานาจประธานคณะกรรมการจําเลยมีอํานาจฟองรองดําเนินคดีไดโดยลําพัง เมื่อไม
              ปรากฏวาคณะกรรมการนิติบุคคลจําเลยมีมติมอบอํานาจใหประธานคณะกรรมการจําเลย

              ฟองแยงโจทกทั้งสอง จําเลยจึงไมมีอํานาจฟองแยง ที่ศาลแรงงานกลางมิไดวินิจฉัยปญหา

              ขอนี้มาทั้ง ๆ ที่โจทกทั้งสองไดใหการแกฟองแยงตอสูเปนประเด็นไวแลว จึงเปนการไมชอบ
              ศาลอุทธรณคดีชํานัญพิเศษชอบที่จะวินิจฉัยเสียใหถูกตอง







                      โจทกทั้งสองสำนวนฟอง ขอใหบังคับจำเลยจายคาชดเชยและสินจางแทนการบอกกลาว
              ลวงหนาแกโจทกที่ ๑ และที่ ๒ รวมเปนเงิน ๑๒๖,๕๐๐ บาท และ ๑๑๓,๓๐๐ บาท ตามลำดับ

              พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงินดังกลาวนับแตวันฟองเปนตนไปจนกวาจะ


                                                     ๑๗๗
   182   183   184   185   186   187   188   189   190   191   192