Page 188 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 188

ชำระเสร็จ และใหจำเลยชดใชคาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรมแกโจทกที่ ๑ และที่ ๒

              เปนเงิน ๖๙๐,๐๐๐ บาท และ ๖๑๘,๐๐๐ บาท ตามลำดับ

                       จำเลยทั้งสองสำนวนใหการและฟองแยง ขอใหยกฟอง และบังคับโจทกทั้งสองชำระเงิน
              แกจำเลย ๙๔๙,๙๒๗.๘๔ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงิน ๙๓๗,๘๑๕.๑๐ บาท

              นับถัดจากวันฟองแยงเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกจำเลย

                       โจทกทั้งสองสำนวนใหการแกฟองแยง ขอใหยกฟองแยง

                       ศาลแรงงานกลาง พิพากษายกฟองโจทกทั้งสอง ใหโจทกทั้งสองรวมกันชำระเงิน
              ๙๓๗,๘๑๕.๑๐ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับตั้งแตวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๐

              เปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกจำเลย ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟองแยง (วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๑)

              ตองไมเกิน ๑๒,๑๑๒.๗๔ บาท ตามที่จำเลยขอ คำขออื่นใหยก

                       โจทกทั้งสองสำนวนอุทธรณ
                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางรับฟงขอเท็จจริงวา

              จำเลยเปนนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ จัดตั้งเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ

              ๒๕๔๗ ปจจุบันมีนายกิจจา เปนประธานกรรมการ และมีกรรมการอื่นอีก ๑๑ คน โจทกทั้งสอง

              เปนลูกจางของจำเลยตั้งแตป ๒๕๔๗ ไดรับเงินเดือนอัตราสุดทายเดือนละ ๑๑,๕๐๐ บาท และ
              ๑๐,๓๐๐ บาท ตามลำดับเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๐ จำเลยมีคำสั่งเลิกจางโจทกทั้งสองอางวา

              ทุจริตตอหนาที่หรือจงใจทำใหจำเลยไดรับความเสียหายหรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก

              นายจางหรือฝาฝนขอบังคับของจำเลยเปนกรณีรายแรง ตามขอบังคับของจำเลยขอ ๘ (๒) กำหนด

              ใหเก็บรักษาเงินสดไดไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยมีบัญชีเงินฝากธนาคารรวม ๔ บัญชี ไดแก
              บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขารังสิต-นครนายก คลอง ๔ บัญชีเลขที่

              ๑๔๘-๑-xxxxx-x และ ๑๔๘-๖-xxxxx-x บัญชีเงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห สาขา

              สำนักงานใหญ บัญชีเลขที่ ๐๒๘-๑-xxxxxxx-x และ ๐๒๘-๒-xxxxxxx-x แลววินิจฉัยวา

              เมื่อตรวจสอบใบเสร็จรับเงินระหวางป ๒๕๕๙ และวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน
              ๒๕๖๐ ซึ่งโจทกทั้งสองออกใหแกผูชำระหนี้ รายงานการรับชำระเงิน และเงินรับประจำเดือนกับ

              รายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเงินฝากของจำเลยทั้ง ๔ บัญชีแลว ยอดเงินตามเอกสารดังกลาว

              สอดคลองกัน โดยในป ๒๕๕๙ โจทกทั้งสองรับเงินจากผูชำระหนี้โดยออกใบเสร็จรับเงินแลว นำฝาก

              เขาบัญชีธนาคารของจำเลยบัญชีเลขที่ ๑๔๘-๑-xxxxx-x สวนที่เหลือยังไมนำฝากธนาคาร
              เปนเงิน ๑,๒๓๒,๘๔๐.๖๕ บาท โดยนำไปฝากเขาบัญชีธนาคารของจำเลยเลขที่ดังกลาวในวันที่

              ๒๖ มกราคม ๒๕๖๐ จำนวน ๓๘๔,๗๔๐ บาท ๑๔,๘๕๐ บาท และ ๑๘,๐๐๐ บาท รวม ๔๑๔,๔๔๐ บาท


                                                     ๑๗๘
   183   184   185   186   187   188   189   190   191   192   193