Page 191 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 191

ประโยชนของสมาชิกและบริวารใหมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลโดยรวม อันเปนการกระทำโดย

              มีวัตถุประสงคมุงเนนเพื่อประโยชนสวนรวมของสมาชิกในหมูบาน แมขอบังคับในหมวดที่ ๔

              การบริการคลัง การดำเนินงานการบัญชีและการเงิน ขอ ๔ (๑) จะกำหนดใหจำเลยสามารถลงทุน
              ในกิจการตาง ๆ ที่เปนประโยชนตอสมาชิก แตรายไดที่จำเลยไดรับมีระบุไวในขอ ๖ วา ในกรณีที่

              จำเลยมีรายไดหลังจากหักคาใชจายแลวในแตละปที่มีกำไร ใหนำไปฝากเขาเปนเงินกองทุนสำรอง

              ของหมูบานตอไปตามความจำเปน แสดงวารายไดตาง ๆ รวมทั้งรายไดที่เกิดจากการลงทุนของ

              จำเลยนั้น หากมีกำไรตองนำฝากเขาเปนเงินกองทุนสำรองของหมูบาน มิใชนำเงินรายไดที่หามา
              ไดนั้นมาจัดสรรหรือแบงปนผลกำไรระหวางกัน จึงไมอาจถือไดวาจำเลยดำเนินกิจการเพื่อแสวงหา

              กำไรในทางเศรษฐกิจ กรณีจึงมิใหใชบทบัญญัติหมวด ๑๑ คาชดเชย ตั้งแตมาตรา ๑๑๘ ถึง มาตรา ๑๒๒

              บังคับแกจำเลยตามกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน

              พ.ศ. ๒๕๔๑ ขอ (๓) จำเลยจึงไมตองจายคาชดเชยพรอมดอกเบี้ยแกโจทกทั้งสอง ที่ศาลแรงงาน
              กลางยกปญหานี้ขึ้นวินิจฉัยวาจำเลยไมไดดำเนินกิจการเพื่อแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจจึงไม

              ตองจายคาชดเชยแกโจทกทั้งสองนั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของโจทก

              ทั้งสองในประเด็นนี้ฟงไมขึ้น เมื่อวินิจฉัยดังนี้แลวกรณีจึงไมจำตองวินิจฉัยอีกตอไปวาการกระทำ

              ของโจทกทั้งสองเขาขอยกเวนที่จำเลยมีสิทธิเลิกจางโดยไมตองจายคาชดเชยตามพระราชบัญญัติ
              คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๑) (๒) หรือไมอีก

                       ปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกทั้งสองประการที่สองมีวา จำเลยตองจายสินจาง

              แทนการบอกกลาวลวงหนาและคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรมหรือไม เห็นวา การที่โจทก

              ทั้งสองรับเงินมาแลวไมนำฝากเขาบัญชีธนาคารของจำเลยจนลวงเลยเวลามานานและเปนเงิน
              จำนวนมาก แมจะอางวาทำตามคำสั่งของประธานคณะกรรมการจำเลยในขณะนั้นและมติของ

              คณะกรรมการจำเลย แตเงินที่ยังไมนำฝากมีจำนวนมากเกินกวาที่จะเก็บไวสำรองจายเปนคาใชจาย

              ของจำเลยรายวัน การกระทำของโจทกทั้งสองเปนการกระทำอันไมสมแกการปฏิบัติหนาที่ของตน

              ใหลุลวงไปโดยถูกตองและสุจริต กับทั้งมีเหตุอันควรสงสัยไดวาเปนการนำเงินไปหมุนเวียนใชจาย
              สวนตัว จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจางโจทกทั้งสองไดโดยไมตองบอกกลาวลวงหนาตามประมวลกฎหมาย

              แพงและพาณิชย มาตรา ๕๘๓ และถือเปนเหตุอันสมควรเพียงพอที่จะเลิกจางโจทกทั้งสองได

              มิใชเปนการกลั่นแกลงโจทกทั้งสอง การเลิกจางโจทกทั้งสองจึงมิใชการเลิกจางที่ไมเปนธรรม

              จำเลยไมตองจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาและคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรม
              แกโจทกทั้งสอง ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมานั้น ตองดวยความเห็นของศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษ

              อุทธรณของโจทกทั้งสองฟงไมขึ้น


                                                     ๑๘๑
   186   187   188   189   190   191   192   193   194   195   196