Page 195 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 195

ลูกจาง ลงวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๑ ซึ่งไมไดจํากัดวงเงินค้ำประกันที่นายจางจะเรียกให

              ผูค้ำประกันรับผิดไว ขอ ๑๐ กําหนดวา ในกรณีที่นายจางเรียกหรือรับหลักประกันโดย

              การค้ำประกันดวยบุคคล วงเงินค้ำประกันที่นายจางเรียกใหผูค้ำประกันรับผิดตองไมเกิน

              ๖๐ เทาของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจางไดรับ และขอ ๑๒ กําหนดใหนายจางที่
              เรียกหรือรับหลักประกันการทํางานเกินจากที่กําหนดไวกอนวันที่ประกาศมีผลใชบังคับ

              ดําเนินการใหมีหลักประกันไมเกินจํานวนมูลคาของหลักประกันตามที่กําหนดไวในประกาศ

              ดวย เมื่อประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับหลักประกัน
              การทํางานหรือหลักประกันความเสียหายในการทํางานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลใช

              บังคับตั้งแตวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ความรับผิดของผูค้ำประกันจะตองพิจารณาวาความ

              เสียหายอันกอใหเกิดหนี้ที่ผูค้ำประกันตองรวมรับผิดตอนายจางเกิดขึ้นในวันใด หากหนี้

              ที่ผูค้ำประกันตองรวมรับผิดเกิดขึ้นกอนวันที่ประกาศมีผลบังคับใช ผูค้ำประกันตองรับผิด

              เต็มจํานวนคาเสียหายที่เกิดขึ้น แตหากหนี้ที่ผูค้ำประกันตองรวมรับผิดเกิดขึ้นตั้งแตหรือ
              หลังจากวันดังกลาว ความรับผิดของผูค้ำประกันจะถูกจํากัดไวไมเกิน ๖๐ เทาของอัตรา

              คาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจางไดรับ และหากขอเท็จจริงไมชัดแจงวาหนี้ที่ผูค้ำประกัน

              ตองรวมรับผิดเกิดขึ้นในชวงเวลาใดเปนการแนนอน กรณีจําตองตีความไปในทางที่เปน
              คุณแกผูค้ำประกัน จําเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงตองรวมรับผิดตอโจทกไมเกิน ๖๐ เทาของอัตรา

              คาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่จําเลยที่ ๑ ซึ่งเปนลูกจางไดรับ ไมใชวาเมื่อโจทกมิไดดําเนินการ

              ตามประกาศกระทรวงแรงงานดวยการแกไขสัญญาค้ำประกันใหจําเลยที่ ๒ และที่ ๓ รับผิด

              ไมเกิน ๖๐ เทาของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่จําเลยที่ ๑ ไดรับใหแลวเสร็จภายใน ๓๐ วัน

              นับแตวันที่ประกาศกระทรวงแรงงานมีผลใชบังคับแลว สัญญาค้ำประกันจะตกเปนโมฆะ
                       จําเลยที่ ๒ และที่ ๓ ตางยอมตนเขาเปนผูค้ำประกันการทํางานของจําเลยที่ ๑

              ตอโจทกซึ่งเปนหนี้รายเดียวกัน แมการค้ำประกันจะทําขึ้นตางวาระกันและเปนคนละ

              ฉบับกัน ก็ตกอยูในบังคับบทบัญญัติแหง ป.พ.พ. มาตรา ๖๘๒ วรรคสอง ที่ผูค้ำประกัน
              จะตองรับผิดอยางลูกหนี้รวม







                       โจทกฟอง ขอใหบังคับจำเลยทั้งสามรวมกันใชคาเสียหาย ๑๔,๗๙๘,๐๖๐.๔๓ บาท
              พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงินดังกลาว นับถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวา

              จะชำระเสร็จแกโจทก


                                                     ๑๘๕
   190   191   192   193   194   195   196   197   198   199   200