Page 201 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 201
กระทรวงแรงงานดวยการแกไขสัญญาค้ำประกันใหจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ รับผิดไมเกิน ๖๐ เทาของ
อัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่จำเลยที่ ๑ ไดรับใหแลวเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแตวันที่ประกาศ
กระทรวงแรงงานมีผลใชบังคับแลว สัญญาค้ำประกันจะตกเปนโมฆะตามประมวลกฎหมายแพง
และพาณิชย มาตรา ๑๕๐ ดังที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ และเมื่อจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ตางยอมตน
เขาเปนผูค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ ๑ ตอโจทกซึ่งเปนหนี้รายเดียวกัน แมการค้ำประกัน
จะทำขึ้นตางวาระกันและเปนคนละฉบับกัน ก็ตกอยูในบังคับบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายแพง
และพาณิชย มาตรา ๖๘๒ วรรคสอง ที่ผูค้ำประกันจะตองรับผิดอยางลูกหนี้รวม จำเลยที่ ๒ และที่ ๓
จึงตองรวมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ใชคาเสียหายแกโจทก ๖๐ เทาของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ย
ที่จำเลยที่ ๑ ไดรับอัตราสุดทายเปนเงิน ๖๑,๓๐๐.๒๐ บาท ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น
ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวยในผลบางสวน อุทธรณของโจทกสวนนี้และอุทธรณของ
จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฟงไมขึ้น สำหรับอุทธรณขออื่นของโจทก ไมเปนสาระแกคดี เพราะไมอาจ
ทำใหผลคดีเปลี่ยนแปลง
พิพากษาแกเปนวา ใหจำเลยที่ ๒ รวมรับผิดกับจำเลยที่ ๓ ใชคาเสียหาย ๖๑,๓๐๐.๒๐ บาท
พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงินดังกลาว นับถัดจากวันฟอง จนกวาชำระเสร็จ
แกโจทก นอกจากที่แกใหเปนไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.
(อนันต คงบริรักษ - วัฒนา สุขประดิษฐ - สุวรรณา แกวบุตตา)
กรรณิกา อัศวเมธา - ยอ
สุโรจน จันทรพิทักษ - ตรวจ
๑๙๑

