Page 199 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 199

อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๖ และมาตรา ๑๐ ซึ่งแกไข

              เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ออกประกาศกระทรวงแรงงาน

              เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายใน
              การทำงานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑ ขอ ๔ กำหนดลักษณะหรือสภาพของงานที่นายจางจะเรียก

              หรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจางได ดังนั้น

              เมื่อไดความตามที่ศาลแรงงานกลางรับฟงมาวา จำเลยที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ

              ๒๕๕๑ ขณะจำเลยที่ ๑ ทำงานรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินตำแหนงเจาหนาที่บัญชี ซึ่งเปนงาน
              ที่นายจางเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจาก

              ลูกจางได ตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการ

              ทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑ ขอ ๔ สัญญาค้ำประกัน

              ฉบับดังกลาวยอมมีผลผูกพันจำเลยที่ ๓ สวนที่จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันวันที่ ๑ ตุลาคม
              ๒๕๓๔ นั้น แมขอเท็จจริงฟงเปนยุติวา จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันกับโจทกขณะจำเลยที่ ๑

              ทำงานในตำแหนงเจาหนาที่ประจำหนวยสหกรณออมทรัพยก็ตาม แตเมื่อพิเคราะหสัญญาจาง

              ระหวางโจทกกับจำเลยที่ ๑ ฉบับวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๓๔ และสัญญาค้ำประกันระหวางโจทกกับ

              จำเลยที่ ๒ ฉบับวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๔ ตามเอกสารหมาย จ.๕ ขอ ๑ และ จ.๗ ขอ ๑ ประกอบ
              กันแลว สัญญาจางระหวางโจทกกับจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย จ.๕ ขอ ๑ มีขอความระบุชัดแจง

              วา ผูวาจางไดวาจางผูรับจางกระทำการในตำแหนงเจาหนาที่ประจำหนวยสหกรณออมทรัพยหรือ

              ตำแหนงหนาที่อื่นที่ไดรับแตงตั้งหรือมอบหมายจากคณะกรรมการดำเนินการหรือผูจัดการสหกรณ

              และสัญญาค้ำประกันระหวางโจทกกับจำเลยที่ ๒ ตามเอกสารหมาย จ.๗ ขอ ๑ ยังระบุวา ตามที่
              จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาจางไวกับโจทก จำเลยที่ ๒ ยินยอมค้ำประกันอยางไมมีจำกัด เพื่อเปนประกัน

              ความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นตามสัญญาจาง ดังนั้น เมื่อสัญญาค้ำประกันมิไดมีขอความตอนใด

              ระบุวา จำเลยที่ ๒ จะรับผิดชอบขณะที่จำเลยที่ ๑ มีตำแหนงเจาหนาที่ประจำหนวยสหกรณ

              ออมทรัพยเทานั้น การที่จำเลยที่ ๒ เขาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ ๑ จึงเปนการค้ำประกันใน
              ทุกตำแหนงหนาที่ของจำเลยที่ ๑ ตามที่โจทกมอบหมายหรือมีคำสั่งแตงตั้งตลอดระยะเวลาที่จำเลย

              ที่ ๑ ทำงานกับโจทกดังที่ระบุไวในสัญญาจางและสัญญาค้ำประกันฉบับดังกลาว เมื่อตอมาโจทก

              มอบหมายใหจำเลยที่ ๑ ทำงานในตำแหนงเจาหนาที่บัญชีซึ่งเปนตำแหนงหนาที่ที่มิไดอยูนอก

              เหนือความตกลงของสัญญาค้ำประกันและเปนงานที่นายจางจะเรียกหรือรับหลักประกันการทำงาน
              หรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจางได ตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง

              หลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการ


                                                     ๑๘๙
   194   195   196   197   198   199   200   201   202   203   204