Page 198 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 198

กรมราชทัณฑ ๖,๕๑๕,๖๐๒.๘๙ บาท กรมโยธาธิการและผังเมือง ๗,๖๘๔,๙๔๒.๕๔ บาท และลูกหนี้

              ตัวแทนพนสภาพ ๕๙๗,๕๑๕ บาท จำเลยที่ ๑ จึงตองรับผิดชดใชคาเสียหาย ๑๔,๗๙๘,๐๖๐.๔๓ บาท

              พรอมดอกเบี้ยผิดนัดอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นั้น เห็นวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา
              เอกสารที่โจทกนำเขาไตสวนสนับสนุนพยานบุคคลไมใชหลักฐานแหงหนี้ที่แนนอนไมอาจกำหนด

              คาสินไหมทดแทนใหจำเลยที่ ๑ ชดใชแกโจทกเปนเงิน ๑๔,๗๙๘,๐๖๐.๔๓ บาท ได แตเมื่อพิเคราะห

              พฤติการณและความรายแรงแหงละเมิดประกอบคาจางอัตราสุดทายที่จำเลยที่ ๑ ไดรับเดือนละ

              ๓๐,๖๕๐ บาท แลว กำหนดคาเสียหายใหโจทกเปนเงิน ๔,๒๖๐,๓๕๐ บาท อุทธรณของโจทก
              จึงเปนการโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานและกำหนดคาเสียหายของศาลแรงงานกลาง

              อันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ

              วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับ

              วินิจฉัย
                       ที่จำเลยที่ ๑ อุทธรณวา ศาลแรงงานกลางรับฟงพยานหลักฐานไมชอบดวยกฎหมาย

              เนื่องจากขัดตอพยานหลักฐานในสำนวนโดยอางถึงคำเบิกความพยานบุคคลและพยานเอกสารที่

              โจทกนำเขาไตสวนแลวสรุปวาพยานหลักฐานของโจทกไมสามารถยืนยันไดวาจำเลยที่ ๑ กระทำ

              ละเมิดและทำใหโจทกเสียหาย ๑๔,๗๙๘,๐๖๐.๔๓ บาท นั้น เห็นวา เนื้อหาตามอุทธรณของจำเลยที่ ๑
              เปนการกลาวอางเพื่อใหศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษรับฟงขอเท็จจริงแตกตางจากที่ศาลแรงงานกลาง

              รับฟงมา จึงเปนการโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางอันเปนอุทธรณ

              ในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณา

              คดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัยเชนกัน
                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทก กับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ วา จำเลยที่ ๒

              และที่ ๓ ตองรวมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ใชคาเสียหายแกโจทกตามสัญญาค้ำประกันหรือไม เห็นวา

              การเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจางนั้น

              นายจางจะตองปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง
              กลาวคือ นายจางจะเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการ

              ทำงาน ไมวาจะเปนเงิน ทรัพยสินอื่นหรือการค้ำประกันดวยบุคคลจากลูกจางได หากลักษณะหรือ

              สภาพของงานที่ทำนั้นลูกจางตองรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพยสินของนายจาง ซึ่งอาจ

              กอใหเกิดความเสียหายแกนายจางได ทั้งนี้ ลักษณะหรือสภาพของงานที่ใหเรียกหรือรับหลักประกัน
              จากลูกจาง ตลอดจนประเภทของหลักประกัน จำนวนมูลคาของหลักประกัน และวิธีการเก็บรักษา

              ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ซึ่งรัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงาน


                                                     ๑๘๘
   193   194   195   196   197   198   199   200   201   202   203