Page 208 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 208

ซึ่งเปนองคกรอิสระของรัฐที่รับผิดชอบกำกับดูแลการรับสงสัญญาณโทรทัศนโดยตรง มีนโยบาย

              ในการเปลี่ยนผานการรับสงสัญญาณโทรทัศนในระบบแอนะล็อกไปสูระบบดิจิตอลและตองการ

              คลื่นความถี่เดิมมาบริหารจัดการใหมอันเปนประโยชนตอสาธารณะ ซึ่งเปนการเปลี่ยนแปลงและ
              พัฒนาระบบโทรทัศนทั้งหมดของประเทศไทย แมจำเลยเคยยืนยันขอยุติการสงสัญญาณโทรทัศน

              ในระบบแอนะล็อกตามอายุสัญญาสัมปทานในป ๒๕๖๖ แต กสทช. เรงรัดตองการใหยุติในป

              ๒๕๖๑ โดยเชิญจำเลยไปหารือแนวทางยุติการประกอบกิจการโทรทัศนในระบบแอนะล็อกหลายครั้ง

              ประกอบกับกองทัพบกซึ่งเปนคูสัญญาสัมปทานกับจำเลยตกลงใหความรวมมือกับ กสทช. ในการ
              ปฏิบัติตามนโยบายดังกลาว โดยจัดตั้งคณะทำงานกำหนดแนวทางการจัดทำแผนยุติการสงสัญญาณ

              โทรทัศนในระบบแอนะล็อก ทำใหจำเลยจำเปนตองยุติการสงสัญญาณในระบบเดิมเร็วกวาระยะ

              เวลาในสัญญาสัมปทานที่เหลือกับกองทัพบก ปจจุบันสถานีโทรทัศนทั้งหมดเวนแตสถานีโทรทัศน

              ไทยทีวีสีชอง ๓ ยุติการออกอากาศในระบบแอนะล็อกแลว การที่จำเลยตองเลิกจางลูกจางประจำ
              สถานีเครือขายทั้งหมดเปนผลมาจากการตองปฏิบัติตามนโยบายหนวยงานของรัฐที่ควบคุมโดยตรง

              จึงถือวามีเหตุผลจำเปนตามสมควร ในสวนของกระบวนการเลิกจางไดความวา จำเลยรับสง

              สัญญาณโทรทัศนทั้งในระบบแอนะล็อกและระบบดิจิตอลคูขนานกันตั้งแตป ๒๕๕๗ กอนยุติการ

              สงสัญญาณในระบบแอนะล็อกเดิมในป ๒๕๖๐ ถือวาเปนการเปดโอกาสใหลูกจางในระบบเดิม
              รับรูสถานการณและเตรียมตัวลวงหนาเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จำเลยประกาศ

              แจงแผนการยุติการสงสัญญาณผานสถานีเครือขายทั้ง ๓๗ สถานี ตามนโยบายและที่ไดรับอนุมัติ

              จาก กสทช. ใหลูกจางทราบลวงหนาแลว ตามประกาศที่ ๐๐๔/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม

              ๒๕๖๐ และมีการแจงเลิกจางลูกจางโดยบอกกลาวลวงหนานานพอสมควร จำเลยเลิกจางลูกจาง
              ที่ทำงานประจำสถานีเครือขายทั่วประเทศทั้งหมด ๒๒๐ คน ไมมีลักษณะเปนการกลั่นแกลงเจาะจง

              เลิกจางลูกจางบางสวนแตอยางใด แมจำเลยไมไดจัดใหลูกจางไปทำงานตำแหนงอื่น แตลูกจาง

              ที่ถูกเลิกจางสวนใหญมีภูมิลำเนาอยูตางจังหวัดตามพื้นที่ตั้งสถานีเครือขายเดิม เมื่อยุติการสง

              สัญญาณในระบบแอนะล็อก จำเลยตองสงคืนพื้นที่หรือรื้อถอนอาคารโดยไมไดประกอบกิจการอื่น
              ใดในพื้นที่นั้นอีก นายพัฒนพงค กรรมการจำเลยเบิกความวา การรับสงสัญญาณในระบบดิจิตอล

              คูขนานกับระบบเดิมตั้งแตป ๒๕๕๗ จำเลยมีลูกจางรับผิดชอบในระบบดิจิตอลประจำอยูแลว

              จำเลยจางเหมาบริษัท Outsource มาบริการรักษาความปลอดภัยตั้งแตป ๒๕๕๔ จึงไมสามารถ

              รับโจทกที่เปนเจาหนาที่รักษาความปลอดภัยมาทำงานอีก ประกอบกับจำเลยเสนอใหเงินชวยเหลือ
              แกลูกจางที่ถูกเลิกจางดังกลาวทุกคนเทากับคาจางอีกคนละ ๔ เดือน เพิ่มเติมจากคาชดเชย

              ที่จายตามกฎหมายแลว จึงถือวาจำเลยปฏิบัติตามกระบวนการในการดูแลลูกจางที่ถูกเลิกจางได


                                                     ๑๙๘
   203   204   205   206   207   208   209   210   211   212   213