Page 211 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 211

ตกลงสละสิทธิเงินดังกลาวไมได ขอตกลงสละสิทธิเรียกรองเงินดังกลาวตามบันทึกขอตกลง จึงไมมี

              ผลใชบังคับ โจทกที่ ๑๗ ที่ ๙๑ ถึงที่ ๙๓ ที่ ๙๙ และที่ ๑๐๗ มีอำนาจฟองเรียกเงินดังกลาวจาก

              จำเลย ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของ
              จำเลยขอนี้ฟงไมขึ้น

                       สวนที่จำเลยอุทธรณวา จำเลยเลิกจางโจทกทั้งหนึ่งรอยสิบสามเพราะสาเหตุที่จำเลย

              ปรับปรุงหนวยงาน กระบวนการผลิต หรือการบริการ อันเนื่องมาจากการนำเครื่องจักรมาใชหรือ

              เปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี เห็นวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงและวินิจฉัยวา ธุรกิจ
              หลักของจำเลยคือการดำเนินการรับสงวิทยุและโทรทัศนเพื่อแพรเสียงและภาพตามที่ระบุไวใน

              หนังสือรับรองมีลักษณะเปนธุรกิจประเภทการใหบริการ จำเลยรับสงสัญญาณโทรทัศนในระบบ

              แอนะล็อกมาตลอดแลวเริ่มสงสัญญาณในระบบดิจิตอลคูขนานกันไปตั้งแตป ๒๕๕๗ จากนั้นจำเลย

              ยุติการรับสงสัญญาณในระบบแอนะล็อกระหวางป ๒๕๖๐ ถึงป ๒๕๖๑ คงเหลือแตการรับสง
              สัญญาณในระบบดิจิตอล แสดงวาจำเลยยังคงประกอบกิจการโทรทัศนอยูเชนเดิม แตเปลี่ยนแปลง

              ระบบรับสงคลื่นสัญญาณใหม โดยตองใชอุปกรณเครื่องรับสงสัญญาณในระบบดิจิตอลและสงผาน

              สายสัญญาณไฟเบอรออปติกของ ททบ.๕ แทนสถานีเครือขายเดิม เมื่อพิจารณาประกาศของ

              คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน และกิจการโทรคมนาคมแหงชาติเรื่องแผน
              การเปลี่ยนระบบการรับสงสัญญาณวิทยุโทรทัศนเปนระบบดิจิตอลตามแผนการในหัวขอ ๑.๑

              กฎหมายที่เกี่ยวของ ระบุวา “...จึงถือไดวาการรับสงสัญญาณวิทยุโทรทัศนในระบบดิจิตอลเปน

              กลไกหลักที่สำคัญในการพัฒนากิจการโทรทัศน ซึ่งนอกจากจะเปนการพัฒนาในดานเทคโนโลยี

              ที่มีความกาวหนาและสามารถทำใหใชประโยชนจากคลื่นความถี่อยางมีประสิทธิภาพมากขึ้นแลว
              ยังสงผลตอโครงสรางอุตสาหกรรมดานกิจการโทรทัศน...” นอกจากนี้ในหัวขอ ๑.๔ แนวทางการ

              สงเสริมการแขงขันเสรีอยางเปนธรรม ซึ่งแสดงภาพเปรียบเทียบหวงโซของการใหบริการโทรทัศน

              ระบบแอนะล็อกและระบบดิจิตอล ก็ระบุดวยวา “...การเปลี่ยนระบบรับสงสัญญาณวิทยุโทรทัศน

              ไปสูระบบดิจิตอล นอกจากจะเปนการปรับปรุงประสิทธิภาพการใชคลื่นความถี่วิทยุใหสามารถ
              รองรับชองรายการที่มากขึ้น และเพิ่มคุณภาพในการรับสัญญาณใหดีขึ้นแลว ถือไดวาเปนการ

              ปฏิวัติโครงสรางกิจการโทรทัศนจากเดิม...” ประกอบกับนายพสุ และพันเอกบัณฑิต พยานของ

              จำเลย กับนายมนตรี พยานโจทก ลวนเปนผูทรงคุณวุฒิและมีความรูเกี่ยวกับการรับสงสัญญาณ

              โทรทัศนของประเทศไทย พยานดังกลาวเปนบุคคลภายนอกไมมีสวนไดเสียกับคูความในคดีตาง
              เบิกความในทำนองเดียวกันวา การรับสงสัญญาณโทรทัศนระบบดิจิตอลมีการพัฒนาขึ้นจากเดิม

              ในระบบแอนะล็อก ทั้งในดานคุณภาพของการรับชมมีความคมชัดมากขึ้นและมีการรับสงสัญญาณ


                                                     ๒๐๑
   206   207   208   209   210   211   212   213   214   215   216