Page 223 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 223
ตอที่ประชุมใหญของโจทก จำเลยที่ ๑ ทุจริตเงินโจทกไปโดยอาศัยความไวเนื้อเชื่อใจของสมาชิก
โจทก ดำเนินการดานธุรกรรมใหและใหสมาชิกโอนเงินเขาบัญชีจำเลยที่ ๑ ถือวาโจทกไดดำเนิน
การบริหารงานดานบัญชีการเงินตามมาตรฐานแลว และสมาชิกโอนเงินเขาบัญชีจำเลยที่ ๑
สอดคลองกับรายการเดินบัญชีธนาคารของจำเลยที่ ๑ ซึ่งปรากฏการโอนเงินเขาบัญชีของจำเลยที่ ๑
ที่จำเลยที่ ๑ อุทธรณวา การโอนเงินเขาบัญชีไมมีขอความใดแสดงวาเงินที่โอนเขามาในบัญชี
ดังกลาวเปนเงินของสมาชิกคนใดของหนวยงานกรมราชทัณฑ เอกสารดังกลาวไมใชหลักฐานแหงหนี้
ที่แนนอน ดังนั้นเงินที่โอนเขามาจึงไมนาเชื่อวาเปนเงินของสมาชิกในหนวยงานกรมราชทัณฑ
ที่โอนมาจริงหรือไม และไมมีพยานหลักฐานใดแสดงวาสมาชิกของหนวยงานกรมราชทัณฑดำเนินคดี
ทั้งทางแพงและอาญากับจำเลยที่ ๑ ทั้งโจทกไดวาจางผูสอบบัญชีเอกชนและผูสอบกิจการมา
ตรวจสอบงานบัญชีและการเงินของโจทกตลอดมาเพื่อเสนองบดุลตอที่ประชุมใหญของโจทกโดย
มีการตรวจสอบบัญชีทุกป แตไมมีสมาชิกคนใดของโจทกโตแยงเรื่องมีขอพิรุธดานการทุจริต จึงไมอาจ
รับฟงไดวา จำเลยที่ ๑ กระทำละเมิดโดยทุจริตเบียดบังเงินจำนวน ๓,๔๐๔,๔๘๖.๔๐ บาท
ของโจทกไป จำเลยที่ ๑ จึงไมตองรับผิด จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเปนผูค้ำประกันก็ไมตองรับผิดดวย
เห็นวา ขออางของจำเลยที่ ๑ เปนการยกขอกลาวอางขึ้นมาใหม เปนอุทธรณในขอเท็จจริง ตองหาม
มิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔
วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย
ปญหาที่ตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มีวา สัญญาค้ำประกันของ
จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เปนโมฆะหรือไม เห็นวา การเรียกหรือรับหลักประกันในการทำงานหรือ
หลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจางนั้น นายจางจะตองปฏิบัติตามประกาศกระทรวง
แรงงาน เรื่องหลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความ
เสียหายในการทำงานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๑๐
วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ในกรณีที่นายจางเรียกหรือรับหลักประกัน
โดยการค้ำประกันดวยบุคคล วงเงินค้ำประกันที่นายจางเรียกใหผูค้ำประกันรับผิดตองไมเกิน ๖๐ เทา
ของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจางไดรับ และในกรณีที่มีการเรียกหรือรับหลักประกัน
เกินที่กำหนดไวมากอนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใชบังคับ นายจางตองดำเนินการใหมีหลักประกัน
ไมเกินมูลคาดังกลาว นายจางและลูกจางไมอาจตกลงนอกเหนือจากหลักเกณฑและเงื่อนไขที่
ประกาศกำหนดได เมื่อประกาศฉบับนี้มีผลใชบังคับตั้งแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาคือ
วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ความรับผิดของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเปนผูค้ำประกันจึงตองพิจารณา
วาความเสียหายอันกอใหเกิดหนี้ที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ตองรวมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ตอโจทก
๒๑๓

