Page 221 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 221

คำพิพากษาศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษที่ ๖๓๗๗/๒๕๖๒ สหกรณออมทรัพย

                                                                      กระทรวงมหาดไทย

                                                                    จํากัด                 โจทก

                                                                    นางจันเพ็ญ  ฟุงทวีวงศ
                                                                    หรือแขมโคกกรวด

                                                                    กับพวก                จำเลย



              ป.พ.พ. มาตรา ๖๘๒ วรรคสอง

              ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๒ (๕)

              พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๖

              พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗

              ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่องหลักเกณฑและวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทํางาน
                          หรือหลักประกันความเสียหายในการทํางานจากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑



                       การเรียกหรือรับหลักประกันในการทํางานหรือหลักประกันความเสียหายในการ
              ทํางานจากลูกจางนั้น นายจางจะตองปฏิบัติตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่องหลักเกณฑ

              และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทํางานหรือหลักประกันความเสียหายในการทํางาน

              จากลูกจาง พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งออกตามความใน พ.ร.บ. คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

              ในกรณีที่นายจางเรียกหรือรับหลักประกันโดยการค้ำประกันดวยบุคคล วงเงินค้ำประกัน

              ที่นายจางเรียกใหผูค้ำประกันรับผิดตองไมเกิน ๖๐ เทาของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ย
              ที่ลูกจางไดรับ และในกรณีที่มีการเรียกหรือรับหลักประกันเกินที่กําหนดไวมากอนวันที่

              ประกาศฉบับนี้มีผลใชบังคับ นายจางตองดําเนินการใหมีหลักประกันไมเกินมูลคาดังกลาว

              นายจางและลูกจางไมอาจตกลงนอกเหนือจากหลักเกณฑและเงื่อนไขที่ประกาศกําหนดได
              เมื่อประกาศฉบับนี้มีผลใชบังคับตั้งแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาคือวันที่ ๔ กรกฎาคม

              ๒๕๕๑ ความรับผิดของจําเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเปนผูค้ำประกัน จึงตองพิจารณาวาความ

              เสียหายอันกอใหเกิดหนี้ที่จําเลยที่ ๒ และที่ ๓ ตองรวมรับผิดกับจําเลยที่ ๑ ตอโจทก เกิดมีขึ้น

              ในวันใด หากหนี้ที่ตองรวมรับผิดเกิดมีขึ้นกอนวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ อันเปนวันที่

              ประกาศมีผลใชบังคับ จําเลยที่ ๒ และที่ ๓ ก็ตองรับผิดเต็มจํานวนตามสัญญาค้ำประกัน
              แตหากหนี้ที่ตองรวมรับผิดเกิดมีขึ้นตั้งแตหรือหลังจากวันดังกลาว ความรับผิดหาตกเปน


                                                     ๒๑๑
   216   217   218   219   220   221   222   223   224   225   226