Page 222 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 222

โมฆะไม เพียงแตจะถูกจํากัดไวไมเกิน ๖๐ เทาของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจาง

              ไดรับเทานั้น

                       จําเลยที่ ๒ และที่ ๓ ตางแสดงเจตนาเขาเปนผูค้ำประกันการทํางานหรือประกัน

              ความเสียหาย ในการทํางานของจําเลยที่ ๑ ถือเปนการค้ำประกันในหนี้รายเดียวกัน จําเลยที่ ๒
              และที่ ๓ จึงมีความรับผิดอยางลูกหนี้รวมกัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๖๘๒ วรรคสอง อันเปน

              ปญหาขอกฎหมายที่เกี่ยวดวยความสงบเรียบรอยของประชาชน แมคูความไมไดอุทธรณ

              ศาลอุทธรณคดีชํานัญพิเศษมีอํานาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยไดตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๒ (๕)
              ประกอบ  พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗







                       โจทกฟอง ขอใหบังคับจำเลยทั้งสามรวมกันใชคาเสียหาย ๓,๔๐๔,๔๘๖.๔๐ บาท พรอม
              ดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงินดังกลาว นับถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระ

              เสร็จแกโจทก

                       จำเลยที่ ๑ ขาดนัด

                       จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓ ใหการ ขอใหยกฟอง
                       ศาลแรงงานกลาง พิพากษาใหจำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๓,๔๐๔,๔๘๖.๔๐ บาทพรอมดอกเบี้ย

              อัตรารอยละ ๗.๕ ตอป นับถัดจากวันฟองเปนตนไปจนกวาจะชำระเสร็จแกโจทก โดยใหจำเลยที่ ๒

              รวมรับผิดในวงเงิน ๒,๘๘๘,๑๒๓.๔๐ บาท และจำเลยที่ ๓ รวมรับผิดในวงเงิน ๑๘,๒๐๐ บาท

              คำขออื่นนอกจากนี้ใหยก
                       จำเลยทั้งสามอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณ

              ของจำเลยที่ ๑ วา ฟองโจทกเปนฟองซอนกับคดีหมายเลขดำที่ ๓๙๖๓/๒๕๖๐ ของศาลแรงงาน

              กลางหรือไม เห็นวา เมื่อคดีหมายเลขดำที่ ๓๙๖๓/๒๕๖๐ ของศาลแรงงานกลางเปนการฟองให
              รับผิดในหนี้คนละสวนกับหนี้ในคดีนี้ มูลเหตุแหงคดีจึงเปนคนละเรื่อง แมจะเปนคูความเดียวกัน

              ก็ไมเปนฟองซอน ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแลว ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย

              อุทธรณของจำเลยที่ ๑ ฟงไมขึ้น

                       ปญหาที่ตองวินิจฉัยตอไปตามอุทธรณของจำเลยที่ ๑ มีวา จำเลยที่ ๑ กระทำละเมิด
              โดยทุจริตเบียดบังเงินของโจทกไปหรือไม ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริงวา โจทกวาจางผูสอบ

              บัญชีเอกชนและผูสอบกิจการมาตรวจสอบงานบัญชีและการเงินของโจทกตลอดมาเพื่อเสนองบดุล


                                                     ๒๑๒
   217   218   219   220   221   222   223   224   225   226   227