Page 224 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 224

เกิดมีขึ้นในวันใด หากหนี้ที่ตองรวมรับผิดเกิดมีขึ้นกอนวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ อันเปนวันที่ประกาศ

              มีผลใชบังคับ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ก็ตองรับผิดเต็มจำนวนตามสัญญาค้ำประกัน แตหากหนี้ที่

              ตองรวมรับผิดเกิดมีขึ้นตั้งแตหรือหลังจากวันดังกลาว ความรับผิดหาตกเปนโมฆะไม เพียงแตจะ
              ถูกจำกัดไวไมเกิน ๖๐ เทาของอัตราคาจางรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจางไดรับเทานั้น ที่ศาลแรงงาน

              กลางพิพากษาใหจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ รวมกันรับผิดกับจำเลยที่ ๑ เฉพาะในความเสียหายที่จำเลยที่ ๑

              กอขึ้นนับแตวันทำสัญญาค้ำประกันจนถึงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑ โดยไมตองรวมกันรับผิด

              สำหรับความเสียหายที่จำเลยที่ ๑ กอขึ้นตั้งแตวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๑ นั้น ศาลอุทธรณ
              คดีชำนัญพิเศษไมเห็นพองดวย เมื่อพิจารณาความเสียหายที่จำเลยที่ ๑ กอขึ้นแลว จำเลยที่ ๒

              ตองรับผิดในความเสียหายที่จำเลยที่ ๑ กอขึ้นตั้งแตวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๔ ถึงวันที่ ๓ กรกฎาคม

              ๒๕๕๑ เปนเงิน ๒,๘๘๘,๑๒๓.๔๐ บาท และจำเลยที่ ๓ ตองรับผิดในความเสียหายที่จำเลยที่ ๑

              กอขึ้นตั้งแตวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ ๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เปนเงิน ๑๘,๒๐๐ บาท
              สวนความรับผิดของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในความเสียหายที่จำเลยที่ ๑ กอขึ้นตั้งแตวันที่ ๔

              กรกฎาคม ๒๕๕๑ หลังจากประกาศกระทรวงแรงงานดังกลาวมีผลใชบังคับนั้น จำเลยที่ ๑ ไดรับ

              อัตราคาจางเดือนละ ๓๐,๖๕๐ บาท จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงตองรวมกันรับผิดในตนเงินไมเกิน

              ๖๑,๓๐๐ บาท
                       อนึ่ง ตามขอเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟงมา จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ตางแสดงเจตนา

              เขาเปนผูค้ำประกันการทำงานหรือประกันความเสียหายในการทำงานของจำเลยที่ ๑ ถือเปน

              การค้ำประกันในหนี้รายเดียวกัน จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงมีความรับผิดอยางลูกหนี้รวมกันตาม

              ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๖๘๒ วรรคสอง ที่ศาลแรงงานกลางกำหนดใหจำเลยที่ ๒
              และที่ ๓ ตางรับผิดรวมกันกับจำเลยที่ ๑ มีผลทำใหจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ตองรับผิดเกินไปกวา

              ความรับผิดในฐานะลูกหนี้รวมกัน ซึ่งไมถูกตองตามกฎหมาย อันเปนปญหาขอกฎหมายที่เกี่ยวดวย

              ความสงบเรียบรอยของประชาชน แมคูความไมไดอุทธรณ ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษมีอำนาจ

              หยิบยกขึ้นวินิจฉัยไดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๑๔๒ (๕) ประกอบ
              พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗
















                                                     ๒๑๔
   219   220   221   222   223   224   225   226   227   228   229