Page 219 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 219
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ
ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานภาค ๕ ฟงขอเท็จจริง
และวินิจฉัยวา จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาวาจางและกอความเสียหายแกโจทก ตอมาวันที่ ๑๙
พฤศจิกายน ๒๕๕๘ จำเลยที่ ๑ ทำหนังสือยินยอมรับผิดชดใชคาเสียหายเปนเงิน ๓๑๒,๖๖๐ บาท
ตกลงผอนชำระเปนงวดรายเดือน ๆ ละ ๘,๓๐๐ บาท ชำระทุกวันที่ ๓๐ ของเดือน เริ่มชำระงวดแรก
วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๘ เปนตนไปจนกวาจะครบถวน หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งใหถือวา
ผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมดและยินยอมชำระดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๑๕ ตอป ของตนเงินคงเหลือ ในวัน
เดียวกันจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ไว สัญญาค้ำประกันดังกลาวระบุขอความไว
ชัดเจนกอนจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อวาขอเขาค้ำประกันผูชดใชความเสียหาย ทั้งจำเลยที่ ๒ รับวา
ลงลายมือชื่อดวยตนเองและอานออกเขียนได นาเชื่อวาจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อดวยความสมัครใจ
ที่จำเลยที่ ๒ อุทธรณขอ ๒.๒ วา โจทกมีหนังสือบอกกลาวทวงถามใหจำเลยที่ ๒ ในฐานะผูค้ำประกัน
ชำระหนี้เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๐ กอนมีหนังสือบอกกลาวทวงถามไปยังจำเลยที่ ๑ ซึ่งเปน
ลูกหนี้ชั้นตนเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ ๒๕๖๐ เปนการไมชอบ โจทกจึงไมมีอำนาจฟอง เห็นวา
เปนการยกขอเท็จจริงขึ้นมาใหมและเปนขอที่ไมไดยกขึ้นวากันมาแลวโดยชอบในศาลชั้นตน
เปนการไมชอบ อันเปนอุทธรณในขอเท็จจริง จำเลยที่ ๒ ไมอาจอุทธรณไดตามประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ
วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง และที่จำเลยที่ ๒ อุทธรณขอ ๒.๓ วา
พยานจำเลยที่ ๒ ฟงไดวา จำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาค้ำประกันในขณะที่ยังไมมี
การกรอกขอความใด ๆ ทั้งจำเลยที่ ๒ สำคัญผิดในสาระสำคัญ พยานโจทกฟงไมไดวามีการทำ
เอกสารจริง เปนอุทธรณโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานภาค ๕ จึงเปน
อุทธรณในขอเท็จจริงเชนเดียวกัน ตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ
วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย
อนึ่ง ที่ศาลแรงงานภาค ๕ พิพากษาใหจำเลยทั้งสองรวมกันชำระเงิน ๒๗๓,๒๑๗ บาท
พรอมดอกเบี้ยอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ของตนเงิน ๒๔๒,๘๖๐ บาท นับถัดจากวันฟองเปนตนไป
จนกวาจะชำระเสร็จแกโจทกนั้น เห็นวา หนังสือสัญญาค้ำประกันไมไดระบุใหจำเลยที่ ๒ ในฐานะ
ผูค้ำประกันตองรับผิดอยางลูกหนี้รวม และปรากฏขอเท็จจริงยุติตามคำฟองโจทกซึ่งคูความไมได
โตแยงกันวา จำเลยที่ ๑ ซึ่งเปนลูกหนี้ผิดนัดชำระเงินตั้งแตงวดเดือนกันยายน ๒๕๕๙ โจทกจึง
ตองมีหนังสือบอกกลาวเรื่องที่จำเลยที่ ๑ ผิดนัดไปถึงจำเลยที่ ๒ ภายใน ๖๐ วัน นับแตวันที่จำเลยที่ ๑
ผิดนัด แตปรากฏวาโจทกมีหนังสือถึงจำเลยที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๐ ตามใบตอบรับ
๒๐๙

