Page 32 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 32

คณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติมีคำสั่งใหจำเลยตั้งคณะกรรมการสอบสวน

              ความผิดทางวินัยแกโจทกและจำเลยดำเนินการตามคำสั่งของคณะกรรมการปองกันและปราบปราม

              การทุจริตแหงชาติเทานั้น จึงไมอาจฟงไดวา โจทกกระทำผิดวินัยอยางรายแรงตามขอบังคับ

              องคการโทรศัพทแหงประเทศไทย วาดวย การพนักงาน พ.ศ. ๒๕๓๖ ขอ ๔๔ และขอ ๔๖

              ฐานปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่การงานโดยมิชอบเพื่อใหตนเองหรือผูอื่นไดรับประโยชน

              ที่มิควรไดเปนการทุจริตตอหนาที่ และฐานเปดเผยความลับขององคการโทรศัพทและทางราชการ
              อันเปนเหตุใหเสียหายแกจำเลยและทางราชการอยางรายแรง เมื่อจำเลยเลิกจางโจทกโดยไมมี

              ความผิดจำเลยตองจายคาชดเชย สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาและคาเสียหายจากการ

              เลิกจางที่ไมเปนธรรมพรอมดอกเบี้ยแกโจทก การที่จำเลยเลิกจางโจทกวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๔๗

              ยังไมครบกำหนดการจายเงินโบนัส แตโจทกไมมีความผิดและทำงานกับจำเลยในปดังกลาว

              เปนเวลา ๗ เดือนเศษ เห็นควรใหมีสิทธิไดรับโบนัสตามสัดสวนเทากับคาจางอัตราสุดทาย

              หนึ่งเดือน

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยวา คำสั่งจำเลยที่ ต.๕๘๖/๒๕๔๗ ลงวันที่

              ๒๖ สิงหาคม ๒๕๔๗ เรื่อง ลงโทษไลออก ดวยเหตุโจทกกระทำผิดวินัยอยางรายแรงตามขอบังคับ

              องคการโทรศัพทแหงประเทศไทย วาดวย การพนักงาน พ.ศ. ๒๕๓๖ ขอ ๔๔ และขอ ๔๖ เปน

              คำสั่งที่ชอบดวยกฎหมายหรือไม และจำเลยตองจายคาชดเชย สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา

              คาเสียหายจากการเลิกจางที่ไมเปนธรรม และเงินโบนัสแกโจทกตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
              หรือไม เพียงใด เห็นวา แมจำเลยอางวาไดดำเนินการสอบสวนทางวินัยโจทกโดยถูกตองตาม

              หลักเกณฑวิธีปฏิบัติขององคกรตามขั้นตอนเปนลำดับ และเปนไปตามระเบียบขอบังคับของจำเลย

              วาดวย การพนักงาน พ.ศ. ๒๕๓๖ ที่กำหนดไวโดยเครงครัดดวยความเปนธรรมทุกขั้นตอน ไมเปน

              การกลั่นแกลงโจทกก็ตาม แตเมื่อศาลแรงงานกลางไดพิจารณาพยานหลักฐานที่คูความนำสืบใน

              สำนวนประกอบเอกสารตาง ๆ แลวฟงขอเท็จจริงวา ทางนำสืบของจำเลยมีเพียงวา ทางคณะกรรมการ

              ปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติมีคำสั่งใหจำเลยตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิด

              ทางวินัยแกโจทก และจำเลยไดดำเนินการตามคำสั่งคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการ

              ทุจริตแหงชาติเทานั้น ขอเท็จจริงไมอาจฟงไดวาโจทกกระทำผิดวินัยอยางรายแรงตามขอบังคับ

              องคการโทรศัพทแหงประเทศไทย วาดวย การพนักงาน พ.ศ. ๒๕๓๖ ขอ ๔๔ และขอ ๔๖
              ฐานปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่การงานโดยมิชอบเพื่อใหตนเองหรือผูอื่นไดรับประโยชน




                                                      ๒๒
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37