Page 403 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 403
ความเขาใจเกี่ยวกับสินคาของโจทกตั้งแตพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง การเขียนวงจร การแกไขปญหา
หนางาน รวมทั้งความรูอื่น ๆ ที่เกี่ยวของกับการใหบริการกอนและหลังการขาย ตลอดจนขั้นตอน
การขายและแนะนำสินคา โจทกจึงใชความรูเฉพาะทางของโจทกคิดคนหลักสูตร จัดทำเอกสารและ
วัสดุอุปกรณการฝกอบรมเพื่อใชในการอบรมพนักงานขาย โดยจะใชระยะเวลาฝกอบรมประมาณ
๑ เดือน พนักงานขายที่ไมไดฝกอบรมโจทกจะไมใหติดตอกับลูกคา เพราะไมสามารถชี้แจงรายละเอียด
สินคาหรือตอบคำถามของลูกคาไดอยางครบถวน อันจะกระทบตอการเสนอขายสินคาและชื่อเสียง
ของโจทก แตหากผานการฝกอบรมแลว โจทกจะมอบหมายใหติดตอและดูแลลูกคาของโจทก
โดยตรง ทำใหพนักงานขายสามารถเขาถึงขอมูลลูกคาของโจทกซึ่งเปนขอมูลเฉพาะที่เก็บรวบรวม
มาจากการประกอบกิจการและเปนความลับทางการคาไดตามที่โจทกมอบหมาย การจะใหพนักงาน
คนใดมาทำงานในตำแหนงพนักงานขาย โจทกจึงตองกำหนดขอหามดังกลาวไว โดยจำเลยที่ ๑
เบิกความยอมรับวาในวันที่เขาทำงานกับโจทกจำเลยที่ ๑ ไมมีลูกคาสวนตัว ลูกคาที่จำเลยที่ ๑
ดูแลบางสวนโจทกมอบหมายให บางสวนหาเพิ่มเติมแตก็ตองถือวาเปนลูกคาของโจทก จำเลย
ที่ ๒ เองก็ยอมรับเชนเดียวกันวาโจทกจัดใหจำเลยที่ ๒ และพนักงานขายฝกอบรมหลายครั้ง
โดยวิทยากรจากตางประเทศ ดังนี้ การที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ผานการฝกอบรมยอมทำใหมีความรู
ความเขาใจเกี่ยวกับสินคาของโจทก และพรอมที่จะชี้แจงรายละเอียดสินคาหรือตอบคำถามของ
ลูกคาไดอยางครบถวนซึ่งลูกคายอมเชื่อมั่นในสินคาและการบริการของโจทก สวนโจทกก็ไดรับ
ประโยชนทางธุรกิจจากการประกอบกิจการ ขอตกลงที่กำหนดหามมิใหจำเลยที่ ๑ และที่ ๒
ไปรวมงานกับบริษัทที่ทำธุรกิจการคาประเภทเดียวกันหรือคูแขงทางการคาของโจทกภายใน
ระยะเวลา ๓ ป หลังพนสภาพการเปนพนักงานโจทกไมวากรณีใด ๆ เปนเพียงขอจำกัดหามการ
ประกอบอาชีพอันเปนการแขงขันกับโจทก ระบุจำกัดประเภทธุรกิจไวอยางชัดเจน ไมไดหาม
ประกอบอาชีพอันเปนการปดกั้นทางทำมาหาไดของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เด็ดขาด จำเลยที่ ๑ และ
ที่ ๒ ยังสามารถประกอบอาชีพหรือทำงานในดานอื่นที่อยูนอกเหนือขอตกลงนี้ได ทั้งขอหามตาม
ขอตกลงก็มีผลเพียง ๓ ป นับแตจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ พนสภาพการเปนพนักงานโจทกเทานั้น จึงเปน
สัญญาตางตอบแทนที่รักษาสิทธิและประโยชนของคูกรณีที่เปนไปโดยชอบในเชิงการประกอบธุรกิจ
ไมเปนการปดทางทำมาหาไดของฝายใดโดยเด็ดขาดจนไมอาจดำรงอยูไดขอตกลงดังกลาวมิได
ทำใหโจทกไดเปรียบจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เกินสมควร และเปนธรรมแกคูกรณีแลวมีผลบังคับได
ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของจำเลย
ทั้งสี่ฟงไมขึ้น
๓๙๓

