Page 633 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 633
จำเลยอุทธรณ
ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานภาค ๖ ฟงขอเท็จจริงวา
จำเลยเปนนิติบุคคลประเภทฌาปนกิจสงเคราะห ตาม พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห พ.ศ. ๒๕๔๕
มีวัตถุประสงคในการสงเสริมสวัสดิการชวยเหลือในการจัดงานศพและสงเคราะหครอบครัว
ของสมาชิกที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๒๕ จำเลยรับโจทกเขาทำงานตำแหนงสุดทาย
คือเจาหนาที่บัญชี รับเงินเดือนอัตราสุดทาย ๔๐,๓๕๒ บาท เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
โจทกยื่นใบลาออกจากการเปนพนักงานของจำเลยรวมอายุการทำงาน ๓๖ ป แลววินิจฉัยวา
เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๕ รัฐมนตรีวาการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย
ออกประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย เรื่อง วิธีการจายเงินคาจัดการศพ
หรือคาจัดการศพและสงเคราะหครอบครัว การใชจาย และการเก็บรักษาเงินของสมาคมฌาปนกิจ
สงเคราะห ซึ่งคาใชจายเงินจากกองทุนบำเหน็จตองวางเปนระเบียบและนำเสนอที่ประชุมใหญ
อนุมัติและตองใหนายทะเบียนพิจารณาใหความเห็นชอบกอน จำเลยวางระเบียบฉบับที่ ๑
วาดวยเจาหนาที่สมาคม สมาคมฌาปนกิจสงเคราะหเกษตรลูกคา ธ.ก.ส. สาขาคลองขลุง ๑
พ.ศ. ๒๕๔๗ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับวิธีการจายเงินบำเหน็จโดยเจาหนาที่ของสมาคมตองยินยอม
ใหหักเงินเดือนอัตรารอยละ ๕ เขาบัญชีสะสมของเจาหนาที่ และถาเจาหนาที่คนใดทำงาน
ดวยความเรียบรอยเปนระยะเวลาติดตอกันไมนอยกวา ๕ ป เมื่อออกจากตำแหนงจะไดรับเงินสะสม
พรอมกับเงินบำเหน็จ การคำนวณเงินบำเหน็จใหเอาเงินเดือนสุดทายคูณดวยจำนวนปที่ทำงาน
เศษของปถาถึง ๑๘๐ วันใหคิดเปน ๑ ป จำเลยตองจายเงินบำเหน็จใหโจทกตามระเบียบดังกลาว
เต็มตามที่โจทกเรียกรอง การที่จำเลยจายเงินบำเหน็จใหโจทกรวมไปกับเงินสะสมตามขอ ๒๒
ของระเบียบดังกลาว จึงไมชอบ และถือวาระเบียบดังกลาวเปนขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจาง
การลดเงินบำเหน็จลงถือวาเปนการเปลี่ยนแปลงสภาพการจางที่ไมเปนคุณตอโจทกไมมีผลใชบังคับ
คดีมีปญหาที่จะตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยมีวา จำเลยจายเงินบำเหน็จแกโจทก
ชอบหรือไม และตองจายเงินบำเหน็จแกโจทก หรือไมเพียงใด เห็นวา ระเบียบฉบับที่ ๑ ระเบียบ
วาดวยเจาหนาที่สมาคม สมาคมฌาปนกิจสงเคราะหเกษตรกรลูกคา ธ.ก.ส. สาขาคลองขลุง ๑
พ.ศ. ๒๕๔๗ ขอ ๒๔ ที่ระบุวา เมื่อเจาหนาที่คนใดทำงานดวยความเรียบรอยเปนระยะเวลา
ติดตอกันไมนอยกวา ๕ ป เมื่อออกจากตำแหนงจะไดรับเงินสะสมและเงินบำเหน็จ เวนแตการ
ถูกลงโทษไลออก การคำนวณเงินบำเหน็จใหเอาเงินเดือนสุดทายคูณดวยจำนวนปที่ทำงาน
เศษของปถาถึง ๑๘๐ วันใหคิดเปน ๑ ป ถาไมถึงใหปดทิ้ง การที่จำเลยจายเงินบำเหน็จใหโจทก
เทากับเงินสะสมของโจทก ๕๘๔,๗๖๓ บาท โดยไมไดคำนวณเงินบำเหน็จตามระเบียบดังกลาว
๖๒๓

