Page 630 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 630

ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณในขอ ๒.๑ วา ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐  จึงเปนอุทธรณในขอที่ไมไดยกขึ้นวากันมาแลวโดยชอบในศาลแรงงานกลางซึ่งตองหามมิใหอุทธรณ

 มาตรา ๒๔ บัญญัติวา “เมื่อไดรับใบอนุญาตใหจัดตั้งโรงเรียนในระบบแลว ใหโรงเรียนในระบบ  ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติ

 เปนนิติบุคคล  นับแตวันที่ไดรับใบอนุญาต และใหผูรับใบอนุญาตเปนผูแทนของนิติบุคคล” ซึ่งจะ  จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ
 เห็นไดวากฎหมายมอบสถานะนิติบุคคลแตเพียงโรงเรียนในระบบเทานั้น โดยไมมีบทบัญญัติ  คดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

 อื่นใดมอบสถานะ  นิติบุคคลใหโรงเรียนเอกชนนอกระบบ เมื่อจำเลยที่ ๑ ไมมีสถานะบุคคล      ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณในขอ ๒.๔ วา ตามเอกสารหมาย จ.๑๐ หนังสือเชิญมาเปนครู

 โจทกจึงไมมีอำนาจฟอง จำเลยที่ ๑ ที่ศาลแรงงานกลางรับฟองและดำเนินกระบวนพิจารณา และ  ตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ ถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘ เมื่อสัญญาจางสิ้นสุดลงโดยไมมีการ

 มีคำพิพากษาบังคับจำเลยที่ ๑ นั้น จึงไมชอบดวยกฎหมาย และที่จำเลยทั้งสองอุทธรณใน  ตอสัญญา และโจทกไมมีหลักฐานยืนยันวาโจทกทำงานตอเนื่อง รวมถึงในชวงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๙
 ขอ ๒.๒ วา โจทกไมไดบรรยายคำฟองและนำสืบใหเห็นวา จำเลยที่ ๒ เปนนิติบุคคลหรือไม   ถึงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ โจทกจึงไมอาจอางระยะเวลาอื่นใดนับเวลาทำงานรวมตอเนื่องกันได

 มีวัตถุประสงคทางการศึกษาหรือไม จำเลยทั้งสองมีความเกี่ยวพันหรือมีนิติสัมพันธกันอยางไร  และที่จำเลยทั้งสองอุทธรณในขอ ๒.๕ วา จำเลยทั้งสองมิไดเปนฝายเลิกจางโจทก แตเปนการ

 และไมมีการนำสงหนังสือรับรองนิติบุคคลของจำเลยที่ ๒ ตอศาล ฟองของโจทกจึงเปนฟองที่ขาด  ที่โจทกไมมาปฏิบัติงานโดยจงใจขัดคำสั่งจำเลยทั้งสอง และทิ้งหนาที่การทำงานเกิน ๓ วัน

 สาระสำคัญตามนัยแหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง เห็นวา ในประเด็นที่วาโจทก  โดยไมมีเหตุผลอันสมควร เมื่อจำเลยที่ ๒ สงหนังสือเรียกใหโจทกมาพูดคุยและปรับความเขาใจกัน
 มีอำนาจฟองจำเลยที่ ๑ หรือไม จำเลยทั้งสองไดสละประเด็นในเรื่องอำนาจฟองตามรายงาน  แตโจทกกลับบายเบี่ยงไมมาพบจำเลยทั้งสอง เห็นวา อุทธรณของจำเลยทั้งสองลวนแลวแตเปน

 กระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๑ ดังนั้นการที่จำเลยที่ ๒ ยกประเด็นเรื่อง  อุทธรณโตแยงดุลพินิจในการรับฟงพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง อันเปนการอุทธรณ

 อำนาจฟองขึ้นมาอุทธรณอีกในขอ ๒.๑ และยกประเด็นเรื่องโจทกไมบรรยายฟองวาจำเลยที่ ๒  ในขอเท็จจริง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

 เปนนิติบุคคลหรือไมขึ้นมาอุทธรณ ลวนแลวเปนการอุทธรณที่ไมไดยกขึ้นวากันมาแลวโดยชอบ  พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัยเชนกัน
 ในศาลแรงงานกลาง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๒๕     อนึ่ง การที่ศาลแรงงานกลางรับฟงขอเท็จจริงและวินิจฉัยวา โจทกเปนโรงเรียนเอกชน

 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒  นอกระบบ ตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๔ วรรคสอง ไดบัญญัติวา

 มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย               “...จะออกกฎกระทรวงมิใหใชบังคับพระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้งหมดหรือแตบางสวนแกนายจาง

    ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณในขอ ๒.๓ วา โจทกมิไดมีสัญชาติไทยแตเปนคนตางดาว  ประเภทใดประเภทหนึ่งก็ได” และตามกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
 มีสัญชาติไตหวันเขามาอยูในประเทศไทย โดยหนังสือเดินทางที่ราชการออกใหประเภทวีซาแบบ  คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ขอ (๑) ไดบัญญัติวา “มิใหใชพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน

 ใชชีวิตบั้นปลายหรือเกษียณอายุ  ซึ่งไมอนุญาตใหบุคคลที่มีหรือใชวีซาประเภทนี้ทำงาน  พ.ศ. ๒๕๔๑ บังคับแกนายจางซึ่งประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายวาดวยโรงเรียน

 ในระหวางพักอยูในประเทศไทย โจทกมิไดมีเจตนาเขามาในประเทศไทยเพื่อทำงานหรือประกอบ  เอกชน ทั้งนี้ เฉพาะในสวนที่เกี่ยวกับครูใหญและครู” นั้น อยางไรก็ตาม พระราชบัญญัติโรงเรียน

 ธุรกิจหารายไดที่ถูกตองตามกฎหมาย  เปนการลักลอบเขามาทำงานในราชอาณาจักรโดย  เอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ไดกำหนดลักษณะของโรงเรียนเอกชนไวสองรูปแบบ ไดแก โรงเรียนเอกชน
 ผิดกฎหมาย เมื่อโจทกเองไมสุจริต จึงไมอาจเรียกรองสิทธิใด ๆ ไมไดรับความคุมครองตามกฎหมาย  ในระบบและโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ซึ่งบุคลากรของโรงเรียนเอกชนนอกระบบจะแตกตางจาก

 แรงงานหรือกฎหมายอื่น ๆ โจทกตองไดรับอนุญาตหรือมีใบอนุญาตในการทำงานโดยชอบดวย  บุคลากรของโรงเรียนในระบบเฉพาะในสวนของผูอำนวยการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา โดย

 กฎหมาย โดยเฉพาะอยางยิ่งตำแหนงครูตามที่โจทกกลาวอาง เมื่อโจทกเพิ่งจะมีใบอนุญาต  บุคลากรของโรงเรียนเอกชนนอกระบบไมอยูภายใตบังคับของพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน

 ในการทำงานในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ทำใหการทำงานของโจทกในชวงระหวางป พ.ศ. ๒๕๕๓  พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๘๖ ประกอบกับมาตรา ๑๒๗ (๓) กลาวคือ บุคลากรของโรงเรียนเอกชน
 ถึง พ.ศ. ๒๕๕๙ ไมเปนสัญญาจางแรงงาน เพราะการทำงานดังกลาวยอมเปนสัญญาที่มีวัตถุประสงค  นอกระบบอยูภายใตบังคับของกฎหมายวาดวยคุมครองแรงงานและกฎหมายวาดวยแรงงานสัมพันธ

 ตองหามชัดแจงโดยกฎหมาย เปนโมฆะ เห็นวา อุทธรณของจำเลยทั้งสองเปนขอที่ไมไดใหการไว   ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยปญหานี้มานั้นจึงไมถูกตอง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นสมควร


                                                     ๖๒๐
   625   626   627   628   629   630   631   632   633   634   635