Page 637 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 637
ไดกระทำผิดอยางรายแรงตอนายจาง โจทกไดฟองจำเลยที่ ๓ วาโจทกไมไดกระทำผิดตามที่
ถูกเลิกจาง ศาลแรงงานกลางในคดีหมายเลขดำที่ ๔๒๙/๒๕๕๙ หมายเลขแดงที่ ๔๕๑/๒๕๖๐
พิพากษาใหจำเลยที่ ๓ ชำระคาชดเชย สินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา และคาเสียหายจาก
การเลิกจางที่ไมเปนธรรมพรอมดอกเบี้ยแกโจทก จำเลยที่ ๓ อุทธรณศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษ
พิพากษาแกเปนวา ใหจำเลยที่ ๓ ออกใบสำคัญการทำงานแกโจทก นอกจากที่แกใหเปนไปตาม
คำพิพากษาศาลแรงงานกลาง คดีถึงที่สุด ขอเท็จจริงจึงยุติตามคำพิพากษาดังกลาววา โจทก
ไมไดกระทำผิดอยางรายแรงตามที่ถูกจำเลยที่ ๓ เลิกจาง เมื่อโจทกถูกเลิกจาง จึงเปนการสิ้น
สมาชิกภาพแลว โดยไมไดกระทำผิดตามที่ระบุไวในขอบังคับของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ โดย
จำเลยที่ ๒ ผูจัดการกองทุนจึงมีหนาที่ตองจายเงินสมทบและผลประโยชนของเงินสมทบให
แกโจทก ไมวากองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือผูจัดการกองทุนจะไดสงเงินและผลประโยชนคืนใหแก
จำเลยที่ ๓ ซึ่งเปนนายจางไปแลวหรือไม การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยใหจำเลยที่ ๑ และที่ ๒
ไมตองรับผิดชำระเงินดังกลาวแกโจทก ไมตองดวยความเห็นของศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษ
อุทธรณของโจทกฟงขึ้น
ปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยที่ ๓ มีวา จำเลยที่ ๓ ตองรับผิดชำระเงินสมทบ
และผลประโยชนของเงินสมทบแกโจทกตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางหรือไม กอนอื่นเห็นควร
วินิจฉัยเสียกอนวา โจทกมีอำนาจฟองจำเลยที่ ๓ หรือไม เห็นวา ตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรอง
เลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๗ บัญญัติใหกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ไดจดทะเบียนแลวใหเปนนิติบุคคล
มาตรา ๑๓ บัญญัติใหบุคคลซึ่งมิใชนายจางเปนผูดำเนินการในการจัดการกองทุน และมาตรา ๒๓
บัญญัติใหเมื่อลูกจางสิ้นสมาชิกภาพเพราะเหตุอื่นซึ่งมิใชกองทุนเลิก ผูจัดการกองทุนตอง
จายเงินจากกองทุนใหแกลูกจาง คดีนี้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งจดทะเบียนแลวคือจำเลยที่ ๑
ซึ่งเปนนิติบุคคลแยกตางหากจากจำเลยที่ ๓ ที่เปนนายจาง จำเลยที่ ๓ จึงไมมีอำนาจและ
หนาที่ในการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจำเลยที่ ๑ โจทกจึงไมมีอำนาจฟองใหจำเลยที่ ๓ จายเงิน
สมทบและผลประโยชนของเงินสมทบจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจำเลยที่ ๑ ซึ่งจดทะเบียนแลวได
ปญหานี้แมไมมีคูความฝายใดอุทธรณ แตอำนาจฟองเปนขอกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบรอย
ของประชาชน ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษยกขึ้นวินิจฉัยเองได ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความแพง มาตรา ๑๔๒ (๕) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗ ดังนั้นปญหาตามอุทธรณของจำเลยที่ ๓ จึงไมจำตองวินิจฉัยเพราะไมทำให
ผลคดีเปลี่ยนแปลง
๖๒๗

