Page 629 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 629

ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณในขอ ๒.๑ วา ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐

              มาตรา ๒๔ บัญญัติวา “เมื่อไดรับใบอนุญาตใหจัดตั้งโรงเรียนในระบบแลว ใหโรงเรียนในระบบ

              เปนนิติบุคคล  นับแตวันที่ไดรับใบอนุญาต และใหผูรับใบอนุญาตเปนผูแทนของนิติบุคคล” ซึ่งจะ
              เห็นไดวากฎหมายมอบสถานะนิติบุคคลแตเพียงโรงเรียนในระบบเทานั้น โดยไมมีบทบัญญัติ

              อื่นใดมอบสถานะ  นิติบุคคลใหโรงเรียนเอกชนนอกระบบ เมื่อจำเลยที่ ๑ ไมมีสถานะบุคคล

              โจทกจึงไมมีอำนาจฟอง จำเลยที่ ๑ ที่ศาลแรงงานกลางรับฟองและดำเนินกระบวนพิจารณา และ

              มีคำพิพากษาบังคับจำเลยที่ ๑ นั้น จึงไมชอบดวยกฎหมาย และที่จำเลยทั้งสองอุทธรณใน
              ขอ ๒.๒ วา โจทกไมไดบรรยายคำฟองและนำสืบใหเห็นวา จำเลยที่ ๒ เปนนิติบุคคลหรือไม

              มีวัตถุประสงคทางการศึกษาหรือไม จำเลยทั้งสองมีความเกี่ยวพันหรือมีนิติสัมพันธกันอยางไร

              และไมมีการนำสงหนังสือรับรองนิติบุคคลของจำเลยที่ ๒ ตอศาล ฟองของโจทกจึงเปนฟองที่ขาด

              สาระสำคัญตามนัยแหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง เห็นวา ในประเด็นที่วาโจทก
              มีอำนาจฟองจำเลยที่ ๑ หรือไม จำเลยทั้งสองไดสละประเด็นในเรื่องอำนาจฟองตามรายงาน

              กระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๑ ดังนั้นการที่จำเลยที่ ๒ ยกประเด็นเรื่อง

              อำนาจฟองขึ้นมาอุทธรณอีกในขอ ๒.๑ และยกประเด็นเรื่องโจทกไมบรรยายฟองวาจำเลยที่ ๒

              เปนนิติบุคคลหรือไมขึ้นมาอุทธรณ ลวนแลวเปนการอุทธรณที่ไมไดยกขึ้นวากันมาแลวโดยชอบ
              ในศาลแรงงานกลาง ซึ่งตองหามมิใหอุทธรณตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง มาตรา ๒๒๕

              วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

              มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษไมรับวินิจฉัย

                       ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณในขอ ๒.๓ วา โจทกมิไดมีสัญชาติไทยแตเปนคนตางดาว
              มีสัญชาติไตหวันเขามาอยูในประเทศไทย โดยหนังสือเดินทางที่ราชการออกใหประเภทวีซาแบบ

              ใชชีวิตบั้นปลายหรือเกษียณอายุ  ซึ่งไมอนุญาตใหบุคคลที่มีหรือใชวีซาประเภทนี้ทำงาน

              ในระหวางพักอยูในประเทศไทย โจทกมิไดมีเจตนาเขามาในประเทศไทยเพื่อทำงานหรือประกอบ

              ธุรกิจหารายไดที่ถูกตองตามกฎหมาย  เปนการลักลอบเขามาทำงานในราชอาณาจักรโดย
              ผิดกฎหมาย เมื่อโจทกเองไมสุจริต จึงไมอาจเรียกรองสิทธิใด ๆ ไมไดรับความคุมครองตามกฎหมาย

              แรงงานหรือกฎหมายอื่น ๆ โจทกตองไดรับอนุญาตหรือมีใบอนุญาตในการทำงานโดยชอบดวย

              กฎหมาย โดยเฉพาะอยางยิ่งตำแหนงครูตามที่โจทกกลาวอาง เมื่อโจทกเพิ่งจะมีใบอนุญาต

              ในการทำงานในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ทำใหการทำงานของโจทกในชวงระหวางป พ.ศ. ๒๕๕๓
              ถึง พ.ศ. ๒๕๕๙ ไมเปนสัญญาจางแรงงาน เพราะการทำงานดังกลาวยอมเปนสัญญาที่มีวัตถุประสงค

              ตองหามชัดแจงโดยกฎหมาย เปนโมฆะ เห็นวา อุทธรณของจำเลยทั้งสองเปนขอที่ไมไดใหการไว


                                                     ๖๑๙
   624   625   626   627   628   629   630   631   632   633   634